Wednesday, November 28, 2012

อย่าจำสูตร 30 นาที อาทิตย์ละ 4 วัน มันพาเราท้อ เราแบบนี้ดีกว่า

สวัสดีครับ

   ผมได้มีแนวคิดเรื่องการออกกำลังกายแบบใหม่นี้ขึ้น เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน จากการที่เวลามันไม่ว่างจริงๆ เสียที
และตัวผมเองก็นอนดึกบ่อยๆ เนื่องจากมีเว็บส่วนตัวที่กำลัง สร้างใหม่ๆ จนเช้าๆ นี่หมดแรง แค่มาทำงานก็ถือว่าดีแล้ว
วันหนึ่ง หลังจากผมรับประทาน สารอาหาร ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ยังไม่พูดในบทความนี้) ทำให้ผมมีเรี่ยวแรง
ในการตื่น และมีแรงพอที่จะลุกไปอาบน้ำ แต่งชุดออกกำลังกายแล้วไปออกกำลังกายที่สวน ใกล้บ้าน

   ตอนที่เดินไปที่สวนในวันนั้น ผมถามตัวเองว่า ทุกครั้งที่มาออกกำลังกาย เราต้องเดินเร็วๆ หรือวิ่งให้ได้ 30-40 นาที
ทุกครั้งไปหรือไม่ แล้วต้องทำให้ได้ 4 วันใน 1 สัปดาห์หรือไม่ ผมเริ่มได้ความคิดใหม่ๆ จากจุดนี้

  ผมว่าการคิดแบบนี้ ว่า   ต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิค ให้ได้ 30 นาที สัปดาห์ละ 4 วันจึงมีสุขภาพดีนั้น มันมีข้อเสีย
อยู่ด้วยคือ

   1.หลายคนทำไม่ได้ เพราะเหตุผลส่วนตัว เช่นต้องรีบไปทำงาน กว่าจะกลับมาบ้านก็ 3-4 ทุ่มไปแล้ว
   2.หลายคนเห็นตัวเลข ก็ยอมแพ้ รู้สึกว่าไม่ไหว
   3.หลายคนคิดว่า หากทำไม่ถึงก็ไม่คุ้ม สู้ไม่เริ่มทำเสียเลยดีกว่า
   4.หลายคนทำได้ แต่ทำบ้างหยุดบ้าง เพราะมีตัวเลขมันคอยกระตุ้นจนเกินไป
   5.หลายคนรู้สึกว่า มันเรื่องมาก

  เอาล่ะ หลักการดังกล่าว ดีครับ ขอบอกเลย แต่สำหรับคนที่ทำได้ นะครับ ส่วนคนที่ทำไม่ได้ เราควรเปลี่ยนวิธีคิดกันใหม่
หมด อย่างไร?

   คุณเคยเห็นคนอายุ 85ปี 80ปี หรือ 75 ปี เดินเร็วปร๋อไหมครับ และยุคสมัยของท่านยังไม่มีการ รณรงค์เรื่องการวิ่ง
หรือเดินออกกำลังกายด้วยซ้ำ ตามสวนสาธารณะก็ได้ เห็น อาแปะ อาซิ่ม แก่ๆ ใหม่ แต่คล่องแคล่วกว่าเราคนหนุ่มสาวอีก
เคยฉุกคิดไหมครับว่า ทำไม คนสูงวัยเหล่านี้สุขภาพดีมาก ทั้งๆ ที่ไม่เห็นต้อง วิ่ง เดิน และต้องมีกฎเกณฑ์อะไรเกี่ยวกับ
4 หรือ ไม่ 4 วัน ต่อสัปดาห์ แต่ทำไมพวกเขาอายุยืน ทำไมๆๆๆๆ

   ผมคิดว่า ในโลกใบนี้การมีสุขภาพดีและอายุยืน ไม่ได้มีวิธีเดียวครับ มันมีมากกว่า 1 วิธีแน่นอน อย่างพระสงฆ์ของไทย
ท่านฉันข้าว 2 มื้อ และมื้อที่สองต้องก่อน เที่ยงที่เรียกว่า ฉันเพล มื้อเย็นงดเด็ดขาด สอดคล้องกับคำของพระท่านว่า
        "ผู้ไม่บริโภคยามวิกาล ย่อมอาพาธน้อย"

   แล้วเราก็เห็นว่าพระท่านในพุทธศาสนา อายุ 80 ขึ้นกันทั้งนั้นหลายๆ รูป อายุเข้าเกณฑ์ 90 ปี

 คำถามคือท่านต้องมา จ็อคกิ้ง ไหม ไม่มีครับ

  ต่อมาลัทธิเต๋า นักพรตพวกนี้ก็สุขภาพดีอายุยืน รำมวยไทเก็ก ได้สุขภาพดี ก็อายุยืนเช่นกัน

หลายชนชาติ กินมังสวิรัติ กินนมเปรี้ยว โยเกิร์ต อย่างที่ บัลกาเรีย ก็อายุยืน

  คนและท่านเหล่านี้ไม่ได้ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 4 วันเลยนะครับ

   เมื่อผมไปถึงสวนพอคิดตรองดูแล้ว เอาล่ะวันนี้ คงไม่เดินให้หอบเหมือนทุกครั้ง "เดินเล่น" ดีกว่า คือเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ
ดูนก ชมไม้ แล้วก็ไปหาที่โล่งๆ ฝึกลมปราณหายใจลึกๆ ยาวๆ  ผ่อนออก ยาวๆ ไม่ถึง 20 นาทีผมสมองโล่ง เย็นสบายๆ
ผมให้เวลาราวๆ 30 นาทีกลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ปรากฎว่าวันนั้นผมสดชื่นทั้งวันเลย

   ผมจึงเสนอว่า การไปที่สวนหย่อมออกกำลังกาย สำหรับคนไม่ชอบออกแรงมาก หรือเวลาไม่พอ ก็ไป เดินเล่น ก็ยังดีครับ
ชีวิต ในสวนหย่อมเราเดินเล่น ได้ 7 วันเต็มเพราะร่างกายไม่ได้ล้าอะไร แต่เราสดชื่นได้ เต็มๆ นะครับ แถมไม่รู้สึกว่า ไปสวน
แล้วต้องเหนื่อย ทุกครั้ง ทำให้เราไปได้บ่อยๆ ดังนั้น หลักการนี้คือ
       การเดินเล่นในสวน
   1.เน้นการเดินเล่นจริงๆ หยุดที่ไหนก็ได้
   2.เน้นการหายใจยาวๆ ชมนกชมไม้
   3.เน้นไปฝึกสมาธิหรือปราณ (ไว้จะถ่ายทอดให้วันหลัง)
  4.เน้นไปได้ทุกวัน เพราะมันไม่ได้ไปเหนื่อย
  5.เสริมสร้างประจุบวกเข้าตัวเรามากๆ และเป็นทุนทางจิตและกายในการทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป
       เช่นเริ่มแข็งแรงก็เริ่มออกกำลังกาย โดยการเดินบ้าง วิ่งบ้าง

แบบนี้ การคิดแบบนี้ แทนคำว่า ไปออกกำลังกาย ด้วยคำว่า ไปเดินเล่นในสวน จะทำให้เรา พาตัวเรา ไปที่สวนได้ทุกเมื่อ

ลองทบทวนดูครับ
สวัสดี
คุณบอลล์ ผมทำได้ คุณก็ทำได้ :0)

ป.ล.
อานิสงส์ในการแนะนำเรื่องดีๆ เปิดแนวคิดใหม่ๆ ให้พี่น้องได้สุขภาพดี ถ้วนหน้านี้
ขอให้ข้าพเจ้า มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เติบโตๆ ฮ่ะๆๆๆ ขอบคุณครับ
สนใจโพสต์ไต่ถามได้เลยครับ

Sunday, November 18, 2012

สิ่งเสริมดีๆ สำหรับนักเพาะกาย

สวัสดีครับ

   ตัวผมได้พบบางสิ่งโดยบังเอิญ เพราะบางที ร่างกายมันบอกเราว่าอยากกินนั่นนี่เป็นพิเศษ ในฐานะนักเพาะกายคนหนึ่ง
ผมระยะนี้ ได้ดื่มชาเขียวมากจริงๆ ในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่รู้ทำไม แต่มันเบื่อเรื่อง กาแฟกับน้ำอัดลมจริงๆ ครับ
ผมรู้มาก่อนแล้วว่า สารดีๆ ในชาเขียวมันเยอะมากจริงๆ (ไปต่อยอดหาคุณประโยชน์ในชาเขียวกันเองใน google ครับ)
และยังช่วยเรื่องเผาผลาญไขมันด้วย แต่ผมตอนที่เริ่มมาดื่มชาเขียวมากๆ นี่ ผมลืมเรื่องนี้ไปแบบสนิทจริงๆ เพราะไม่ได้สนใจ
เรื่องลดน้ำหนัก คือผมเน้นเล่นกล้ามอยู่แล้ว ยังไงมันก็ลด มันก็แข็งแรงขึ้นอยู่แล้ว เพียงพากเพียรดูแลตัวเองต่อไป ไม่เห็นยาก

   ที่นี้ไอ้ความอยากดื่มชาเขียวมันเกิดอยากขึ้นมาผมก็ซัดวันละ 2 ขวดเช้าเย็น ไม่ขอบอกยี่ห้อ เพราะไม่ได้ค่าโฆษณา แต่ผม
กินแบบดั้งเดิมนะครับ ไม่ปนอย่างอื่นๆ ปรากฎว่า 2 เดือน กางเกงผมหลวมเฉยๆ ไม่ใส่เข็มขัดหลุดกองกับพื้น เอางี้แล้วกัน
จากที่ผมเป็นคนน้ำหนักมาก มีอาการเบาหวานแบบที่ 2 บ้าง แต่มันไม่ได้ลดเพราะเบาหวานแบบที่ 2 แน่ๆ เพราะหน้าตาผม
กลับเปล่งปลั่ง สดใส มีหลายคนทัก และ คนที่ทักคือคนที่ไม่ได้เห็นกัน 2 เดือนว่า ทำไมผอมลง

    ผมก็ตกใจ ที่กางเกงหลวม ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอคนทักเลยคิดได้ อ้าวทำไม ลองมานึกย้อนดู อ๋อชาเขียว
เข้าใจนะครับ คนที่ไม่ได้คาดหวังเรื่องลดน้ำหนัก รู้แต่เพียงว่า ชาเขียวมีสานอาหารดีๆ มากมาย เลยกิน มาเป็น
อ้าวมันออกมาทางน้ำหนักลดเห็นชัดเลยเกิดแรงบันดาลใจ

    ผมเลยนำเรื่องนี้มาเล่าให้เพื่อนๆ อ่านกัน และขอแนะนำว่า หากท่านเล่นเพาะกาย ขอให้ดื่มชาเขียวครับ อย่าลืมนะครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)

Wednesday, November 7, 2012

วันนี้กับสินค้าแนะนำ จากกิฟฟารีน ที่นักเพาะกาย ไม่ควรมองข้าม

จากที่แฟนบทความได้อ่านบทความด้านการหัดเล่นกล้ามเพาะกาย
กันมาหลายบทความ ผมตอนนี้ ก็ใช้ตัวนี้ครับ เข้าท่าทีเดียว
จากประสบการณ์จริง พวกเรารู้กันอยู่แล้ว่า แต่เวย์โปรตีนอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมี พวก ครีเอทีนและ แอล-คาร์นิทีน เพิ่มเข้ามาอีกด้วย กิฟฟารีนจัดตรงนี้ไว้พร้อมเลยครับ และมีพวก คอลลาเจต มะเขิอเทศ พร้อมสารสกัดจากองุ่นอีกด้วย ขอแนะนำครับ ของเขาดีจริงๆ
********************************************************************************
  ต้องการซื้อสินค้า เชิญสมัครเป็นสมาชิกซื้อสินค้า ก่อนเลยครับ ที่ http://www.konthai-smart.com
กรอกรายละเอียด ที่ฟอร์มด้านล่างของเพจ ง่ายๆ ครับ เพราะอะไร เพราะคุณจะได้ลดราคาลงไปอีก
เท่าไรทราบไหมครับ ลดลงไปอีก 25% โห สุดยอดครับ  จากราคา 720 บาท จะลดลงไป 180 บาท
เหลือเพียง 540 บาท คุ้มครับทานหมดก็ซื้อ เพียง ขวดละ 540 บาทตลอดไป สมัครสมาชิกครั้งเดียว
ตลอดชีพ ไม่ต้องต่ออายุอีกครับ แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อ เวย์ ที่ แอล-คาร์นิทีน ทีหนึ่ง แล้วต้องไปซื้อ ครีเอทีนแยกกันให้วุ่นวาย นี่เลยครับ Fitt-N-Firmm ขวดเดียวอยู่ พร้อม สารต้านอนุมูลอิสระเสริมสร้างและปกป้องเซลล์ อีก คุ้มสุดๆ แล้วครับ เชิญที่ http://www.konthai-smart.com ครับ

      ที่สำคัญ คุณสามารถไปซื้อได้ด้วยตัวเองที่ศูนย์กิฟฟารีนใกล้บ้าน หรือ สั่งซื้อผ่านเน็ตผ่านเว็บของกิฟฟารีน หรือฝากเราจัดการให้ได้เลยครับ เราพร้อมบริการสมาชิก ครับ บริการด้วยใจ :0)

Fitt-N-Firmm
ฟิตต์-เอน-เฟิร์ม

 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ครีเอทีน โมโนไฮเดรต ผสมบรานซ์-เชน อะมิโน แอซิด เวย์โปรตีนเข้มข้น แอล-คาร์นิทีน คอลลาเจน มะเขีอเทศผง และสารสกัดจากเมล็อองุ่น ตรา กิฟฟารีน




 ส่วนประกอบสำคัญโดยประมาณใน  1 เม็ด
 ครีเอทีน โมโนไฮเดรต 500  มก.
 บรานซ์-เชน อะมิโน แอซิด 200 มก.
 เวย์โปรตีนเข้มข้น 60 มก.
 แอล-คาร์นิทีน 35 มก.
คอลลาเจนจากปลา 35 มก.
มะเขีอเทศผง 25 มก.
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 4 มก.

วิธีรับประทาน:
 รับประทานวันละ 3-5 เม็ด พร้อมอาหาร
ขนาด 60เม็ด รหัส 40506
 ราคาปกติ 720 บาท สมาชิกกิฟฟารีน ลด 25% เหลือเพียง 540 บาทเท่านั้น

 คำเตือนอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ฆอ. 1173/2553                                                                                                               

Friday, November 2, 2012

คนเคยขา ม้าเคยขี่ เพาะกายมา มีหรือจะเลิกไป

สวัสดีครับ

  วันนี้ขอแนะวิธีให้กับคนที่ เล่นกล้าม เพาะกายมาุก่อน แล้วเกิดอยากกลับมาเล่นใหม่ คุณจะเอาเนื้อหาอะไรมาเป็นแรงผลัก แรงกระตุ้น และกำลังใจให้กับคุณ

   สำหรับผม ผมคิดเรื่องเหล่านี้ในหัวครับ ทำให้ผมกลับมาเล่นกล้ามได้อีกแม้จะมีเรื่องให้ต้องหยุดไป ตามความจำเป็นต่างๆ ก็ตาม

 ข้อแรก  การเพาะกายพาเราออกมาจากสังคม ที่เป็นเรื่องซ้ำเดิม สร้างความกระชุ่มกระชวยให้เราเสมอ

 ข้อที่สอง  เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า เราเป็นคนที่แข็งแกร่ง ทั้งกายและใจ  ใจคือคนกี่คนในโลก ที่ฝืนพาตัวเองไปยกน้ำหนัก ตามตาราฝึกได้เหมือนเรา  เอาเป็นว่าในไทย นี่คุณคิดว่า ถึง 1000 คนไหม แล้วทั่วโลกคุณคิดว่า ทั้งหมดจะเท่าไรกันเชียว

ข้อที่สาม อารมณ์ จิตใจ การเผชิญเรื่องต่างๆ หลังฝึกจริงจังสัก 8 เดือน หรือ 1 ปีไปแล้ว คุณจะพบว่า คุณกลายเป็นคนใหม่ โดยไม่ตั้งใจ จะแกร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ บุคลิก จะทำให้คนเกรงใจ

ข้อที่สี่  โหงวเฮ้งจะดี เพราะพลังจะการฝึก ผมว่ามันคือ ปราณ หรือ ชี่แบบหนึ่ง มันอยู่ในตัวเรา และมันฉายออกทางใบหน้า

 ข้อที่ห้า คนเล่นกล้าม จะมีความเป็นหนุ่มสาวมากขึ้น เพราะคนมีกล้ามจะต้องมี ฮอโมนเพศชาย อะไรเกี่ยวกับความเป็นชายจะกลับมาหมด หากไม่มีฮอโมนเพศฟื้นกลับมากล้ามจะขึ้นไม่ได้ ดังนั้น มันคือ
ยิงที่เดียวได้นกหลายตัว นกข้างล่าง 555 ก็จะกลับมาด้วย ไม่เชื่อลองดูครับ

ข้อที่หก กินอาหารดีๆ ถูกต้อง โปรตีน ไขมัน คาโบไฮเดรต พืชผัก ผลไม้ และน้ำ ต้องบริโภคให้เพียงพอ ผมขอแถม ชาเขียวไปด้วย อีกหนึ่ง ว่านักเพาะกายต้องดื่มครับ คนทั่วไปก็ต้องดื่มเช่นกัน

ข้อที่เจ็ด คุมอาหารให้ได้ตามตารางฝึก ระวังน้ำตาล และกินมากเกิน รับรองยังไงก็หุ่นดี ขนาดผมอ้วนๆ เล่นได้ 8 เดือนโครงร่างผมเปลี่ยนไปเลยนะครับ แม้จะอ้วนแต่ดูแมนมากๆ เพียงแต่ด้านข้างยังหนาเกินฮ่ะๆๆๆ

ข้อที่แปด ผู้ชาย มันต้องมีกีฬาสักอย่าง คิดแบบนี้

ข้อที่เก้า ความมั่นใจ ชายเหนือชาย มันจะมาเอง

ข้อที่สิบ  ความได้เป็นเจ้าของ กล้ามเนื้อที่เราทำเอง ค่อยๆ สะสมมา มันต้องเล่นจึงจะมีได้ มันหลอกกันไม่ได้ครับ เราภูมิใจเอง


ผมคิดแบบนี้เวลากลัับไปเล่นใหม่ทุกครั้งแล้วคุณล่ะครับ

สวัสดี
:0)

Wednesday, October 24, 2012

วันแรกกับการเขียนบล็อคแบบผสมผสาน ที่หาใครในพิภพหาญกล้า กับ "องค์ 3 แห่งมหาโอกาส"

สวัสดีครับทุกท่าน

  หากคุณได้มองเคาร์เตอร์ที่ด้านขวามือ คุณจะพบว่าคนไทยไม่ธรรมดานะครับ เว็บหรือบล็อคทางด้านสุขภาพนี้ มีคนนิยมกันจริงๆ ผมเปิดบล็อคนี้ได้ไม่ถึงปี กับเพื่อนสมาชิกใน โซเชียลเน็ตเวิร์คจำนวนหนึ่งแต่กลับมียอดการเข้าชมมากถึง 36000 ครั้งเข้าไปแล้ว แน่นอนส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพบทความที่ผมได้พากเพียรค่อยๆ เขียนมันขึ้นมา แม้ว่าผมยังไม่ได้มีหุ่นงามกล้ามใหญ่ น้ำหนักยังไม่ลดนักแต่ ผมวันนีแข็งแรงกว่า หลายปีก่อนมาก ตัวเราย่อมรู้ดี

  อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นอกจากเพาะกายแล้ว ผมขอทำความเข้าใจว่า ผมเริ่มมองชีวิตในอนาคตของผมเช่นกัน ซึ่งข้อความต่อไปจากนี้ คือ ผมจะบอกคุณว่า ทำไมเราควรจับทำธุรกิจเครือข่ายไว้สักตัว และทำไมผมเลือก กิฟฟารีน? บอกไว้ก่อนว่า จะไม่มีเรื่องทำยังไรรวยเร็วให้อ่าน หรือคำนวณ PV อย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นตำแหน่งเร็วอย่างนั้นอย่างนี้ จะไม่มีครับ ใครที่ไม่ชอบแนวนี้คงจะอ่านต่อได้ เพราะผมพูดในแนวของผม

   หวังว่า ผู้ติดตามงานเขียนของผมในเรื่องวิชาการ การเพาะกาย จะไม่ตำหนิผม ที่เอาธุรกิจเครือข่ายส่วนตัวมาปนกับเนื้อหาเพาะกาย เนื่องจากผมเห็นว่า เมื่อเราเพาะกายได้ เราก็ควรทำอีกเรื่องคือ "สร้างตัวอย่างเอาจริง" ไปด้วยกันได้ หากเรามีพลังทำไมใน 1 วันเราไม่ทำทั้ง 2 สิ่งนี้ไปด้วยกัน จริงไหมครับ

   ขณะที่ก่อนหน้านี้ราวๆ 2 เดือนผมกำลังสร้างเว็บไซต์หลังใหม่ เกี่ยวกับความชำนาญเฉพาะด้านที่ในเมืองไทยยังไม่เอาจริงกันนัก (ขอสงวนไว้จนเมื่อทำเสร็จแล้วค่อยมาแนะนำกัน) เมื่อทำได้มาพักใหญ่จนเว็บไซต์เป็นรูปเป็นร่าง ผมก็ได้พัฒนาโปรแกรมบนเน็ต ได้สำเร็จในหลายรูปแบบประกอบเว็บแห่งนี้ จนเริ่มจะวางใจได้ว่า ไม่อายเว็บเมืองนอกแน่นอน แต่ก็มาเอะใจ ในศักยภาพอีกอย่างหนึ่งของโลกอินเตอร์เน็ต นั่นคือ มันมีโอกาสเรื่องสร้างรายได้เสริมนี่นา

   เว็บก็เว็บเรา เนื้อหาก็เป็นที่สนใจของผู้คนแบบแน่นอน ทำไมเราไม่ลองหารายได้เสริมโดยขายของบนเว็บของเราเองล่ะ? ก็เริ่มค้นหาข้อมูลสินค้า ที่คิดว่าจะขายได้บนเว็บของตัวเอง ค้นๆ ไปมันก็พบธุรกิจเครือข่ายขึ้นมา ทำให้ลองศึกษาดู ก็พบว่า ธุรกิจเครือข่าย นี่เมื่อก่อนก็ดูดีนะครับ แต่สมัยนี้  มีสิ่งเหล่านี้คือ

          ผมขอเรียกสิ่งนี้ว่า

    "องค์ 3 แห่งมหาโอกาส"

    1.อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
    2. เดี๋ยวนี้มีระบบอินเตอร์เน็ต ที่ช่วยให้เราได้รายชื่อผู้มุ่งหวัง อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อแนะนำเครือข่าย          
         ดีๆ ให้เขาเหล่านั้น
        (ข้อมูลล่าสุด ตอนนี้คนไทยเล่นเน็ตกัน กว่า 25 ล้านคนแล้วนะครับ จากเมื่อ 5-6
       ปีก่อนมีเีพียง 10 กว่าล้าน)
    3. และสุดยอด อีก 1 อย่าง คือ การเปิดเสรี ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
        มีหรือที่ธุรกิจเครือข่ายจะปล่อย ชิ้นปลามันชิ้นนี้ไป

 ทั้ง 3 ข้อนี้ หากเราตระหนักและรับฟังสื่อสักหน่อย จะพบว่า เริ่มคุ้นหูขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ต้องเป็นนักวิชาการ ชำนาญอะไรหรอกครับ พวกเราต่างรู้ดีว่า มันเป็นโอกาสจริงๆ แต่ 90% ของคนทั่วไป หมายถึงคนแบบคุณและผม จะคิดเรื่องนี้ขึ้นมา แป๊บหนึ่ง แล้วก็หยุดคิดไป ด้วยเหตุผลเดียวกัน

   "มันเป็นโอกาสจริงๆ แต่มันคงไม่ใช่คนแบบเราๆ น่าจะเป็นเหล่า บริษัท องค์กรใหญ่ๆ มากกว่า"

   ทว่า ธุรกิจเครือข่าย นี่ล่ะครับที่ทำให้เรามีสิทธิใน มหาโิิิอกาสนั้นได้จริงๆ

-คุณไม่ต้องลงทุน อะไรให้ใหญ่โต และต้องลุ้นไปเรื่อยๆ เวลาก็ใกล้เข้ามา อีก 3 ปีเขาจะเปิดเสรีแล้ว
-คุณเพียงแต่เปิดโอกาสได้ตอนนี้ ใช้ 3 ปีนี้ร่วมกับทีมงานของคุณในเครือข่ายธุรกิจ สร้าง องค์กรให้แข็งแกร็งสะสมไปเรื่อยๆ เท่านี้คุณก็จะเป็นคนหนึ่ง ในมหาโิอกาสนี้แล้ว กับขนาดเศรษฐกิจ 600 ล้านคน และต่อไปจะมี จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เข้ามาร่วมอีก เฉพาะจีนกับอินเดียก็ 2000 กว่าล้่านคนเข้าไปแล้วครับ

-คุณเพียงเปิดใจ และ เริ่มทำงานเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อถือได้ มีชื่อเสียง มีคุณภาพจริงๆ เท่านี้ก็เรียกว่า สำเร็จไปแล้ว 50% ใช่หรือไม่

   สำหรับผมตัดสินใจร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับ กิฟฟารีน แล้วคุณล่ะครับ ไม่ลองสร้างโอกาสให้กับตัวบ้างหรือครับ

  สนใจและมอบโอกาสให้คุณเองด้วยตัวของคุณเอง ลงชื่อสมัครร่วมทำธุรกิจกับเรา (ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น) ทำงานออนไลน์ ประสานกับ ออฟไลน์ กับเราคือ คำตอบที่ "ใช่"

                      หรืออ่านรายละเอียด เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ชื่อ นามสกุล
เบอร์โทร:
Email:
จังหวัด:
อำเภอ/เขต:
คำถาม
(ถ้ามี):
สวัสดีและขอบคุณครับ คุณบอลล์

Monday, September 24, 2012

เพาะกาย น่ะเจ๋งจริงทำแล้วอยู่กับเราตลอดแต่ ต้องเหมาะสมด้วย

สวัสดีครับ คนรักสุขภาพ

   ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่ระหว่างการเำพิ่มๆลดๆ ของน้ำหนัก เพราะให้มีเหตุหยุดเล่นเพาะกายจนได้ยาว 4 เดือนแล้ว แต่สังเกตุว่า การอ้วนขึ้นหลังเพาะกาย นั่น มันมาจากเราเองครับ แต่ผมน้ำหนักคงที่ เพราะ
ไม่ได้กินมากขึ้น คือ ระวังเรื่อง น้ำอัดลม ที่ลดลงอย่างเดียวพอ กล้ามก็ไม่ได้ หดไปไหน ไม่ใหญ่เหมือนเดิมแต่มีและยังอยู่ เช่นตามจุดใช้งาน จะอยู่เหมือนเดิมและดีเหมือนเดิม

   ผมเคยมีปัญหาที่เข่า คือ ขนาดว่า งอเข่าตอนยืนมันดัง ครึกๆ เบาๆ แล้ว แต่ก็หายมาได้ เพราะยังหนุ่ม ที่เป็นเพราะน้ำหนักตัวมาก แต่เมื่อไรที่ใช้งานเข่ามากๆ เช่นเดินทั้งวัน ก็แน่นอน อีก 3-4 วันกว่าจะหายเข่าระบม แต่เมื่อผมมาเล่น ท่า Leg press กว่า 8 เดือนในปีที่ผ่านมา ผมหายขาดครับ คือกล้ามเนื้อบริเวณ ขา แทบทุกส่วน มันแข็งแรงขึ้นเหมือนเราใส่ ชุด Iron Man เอาไว้ คือผมไม่ได้สังเกตุนัก นึกว่า
เลิกเล่นไป 4 เดือนกล้ามทั้งขาที่สร้างไว้ คงค่อยๆ หายไป ไม่ใช่ครับ เพราะพอมันสร้างไว้แบบรับอะไรหนักๆ ไว้แล้ว ขามันยังใช้ทุกวันทำให้กล้ามได้ออกกำลังทุกวัน มันเลยอย่างน้อยยังอยู่เป็นส่วนมาก เดือนนี้ ผมต้องเดิน ทั้งขึ้นบันไดบ่อยๆ แบบว่า เหนื่อยเลยแต่ขาผมไม่มีอาการอะไรเลยแม้แต่น้อย

  ทำให้ศรัทธามากๆ กับการเพาะกายครับ ผมจึงมีแนวคิดว่า นอกจาก การบำบัดแบบต่างๆ แล้ว สมมติว่าเรามีโรคอะไรก็ตาม หากเกี่ยวกับ ข้อ กระดูก น่าจะพ่วงการเพาะกาย ตามความเหมาะสมเข้าไปด้วย เพราะกล้ามเนื้อในบริเวณที่เจ็บจะเข้ามาพยุงอาการเจ็บได้ และเหมือนมีคนประคองเราไปในตัวทำให้ไอ้ที่หายไ้ด้ 80 % ก็กลับเป็นเต็ม 100 ไปได้นั่นเอง


                                               คนนี้เคยดูใน NHK ครับ น่าจะเป็นแชมป์ของญี่ปุ่น
                                               คนหนุ่มอย่า สำออย ว่าทำไม่ได้ครับ


   เอาล่ะ มาต่ออีกประเด็น เรื่องคนอ้วน เริ่มมาเล่นเพาะกาย

   สำหรับผม เอาประสบการณ์ของตัวเอง แต่ความเห็นนั้น เป็นแบบ ของใครของมัน นะครับ ลองนำไปปรับใช้ นั่นคือ ผมลองมาแล้ว 8 เดือน เพิ่งมาพบจุดอ่อนของ คนอ้วนแบบผมว่า ผมกลัวกินไม่พอ และมีเสริมนั่นนี่เข้าไปใน อาหาร 6 มือตลอด บางทีคิดว่าไม่เป็นไร อย่าง ขนมปังกรอบเคลือบน้ำตาลหน่อยๆ ทำไมทำมา กินมันทุกครั้งเลยทีเล่น อีแบบนี้มันเลยไม่ลดครับ ไขมันยังมี กล้ามก็มี แต่มันไม่เห็นครับ แต่เรารู้ว่าเรา แกร่งขึ้นมาก


    ทีนี้ผมเลยคิดเปลี่ยนกลยุทธ์หน่อย ผมเปลี่ยนจากเล่นหนัก มาเล่นแบบปานกลาง คือเล่นให้กล้ามยังมีและแกร่งแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป โดย ไปเน้นการลดน้ำหนัก แบบธรรมชาติ จาก การเดิน ครับ ตอนนี้เดืนได้ประมาณ 2 กิโลเมตรต่อการเดิน 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 4 วัน ครับ ต่อไปจะเป็นประมาณ 3 กม.ต่อครั้ง



     ผมเคยทำได้มาแล้วลดจนกางเกงเดิมสวมไม่ได้ ใส่แล้วหลุดกองพื้น ใน 4-5 เดือน เนื้อหนังไม่ห้อยด้วยเพราะค่อยๆ ลดลง  ผมเลยกะว่า จะเล่นกล้ามแบบประคองพอแล้ว แต่ขอลดน้ำหนักให้เห็นว่า ลงจริงๆ เพรียวลง สัก 5 เดือนก่อนครับ จากนั้นค่อยเพิ่มความเข้มขึ้นในการเพาะกายขึ้น ซึ่งข้อดีคือ

    1. เห็นผลก่อนว่าเราเพรียวลงชัดเจน เกืดกำลังใจ
    2. ไม่เหนื่อยเกินไป
    3.  มีแรงบันดาลใจสร้างกล้ามต่อไปอีก


   ได้ทั้งความสมส่วนและ กล้ามไปพร้อมๆ กันครับ

ลองนำไปประยุกต์กันดู

สวัสดีครับ







Tuesday, September 11, 2012

หันมา "ทำกินเอง" เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

สวัสดีครับ คนรักสุขภาพทุกท่าน

   หลังจากที่เป็นเวลานานพอสมควรที่ห่างหายไปกับการเขียนบทความ ผมได้รื้อฟื้นสิ่งดีๆ บางอย่างกลับมาทำใหม่
นั่นคือ การ "ทำกินเอง" ซึ่งจากที่ทดลองเพียงวันแรก อะไรที่ลืมไปแล้วก็เห็นผล การทำกินเองสามารถทำได้ง่ายๆ
โดย การคุณ (ผมสมมติว่า พวกเราคือ ชาวคอนโด ห้องเช่า ที่อยู่ตัวคนเดียว) จัดหาอุปกรณ์ สายคาร์บ หรือ คาบอร์ไฮเดรต
มาเป็นของคุณก่อน เฉลย มันคือ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ทั่วไปนี่ล่ะ ราคาให้สูงหน่อย สัก 1500 บาท ขึ้นไป ลงทุนทีเดียวยาวเลย
เพราะจะได้มีเคลือบโน่นนี่ ทีตัวหม้อ ปลอดภัยอีกด้วย

   เมื่อมีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแล้ว เราก็ซื้อข้าวถุง เน้น ข้าวกล้อง หรือ ข้าวซ้อมมือ เป็นหลัก เห็นไหมแววสุขภาพเริ่มฉายแล้ว และ
หุงข้าว 2 ชนิดนี้กินให้ได้ ทั้งปี ครับ

    การทำกินเอง คงไม่ใช่แค่ การหุงข้าวแบบนี้ แต่สำหรับคนเร่งรีบ ไม่มีใครดูแล ที่ทางห้องหับก็ไม่ใหญ่อะไร เรายังมีโจทย์ยากอีกข้อ
คือ กับข้าว จะทำยังไง ทางเลือกสมัยก่อนของผม คือ

    หุงข้าวก่อน เสร็จแล้ว ตักลงโถ ใหญ่ๆ แล้วปิดฝาชีไว้ จากนั้น ใช้หม้อข้าวต้ม กับ หมู ปลา เป็นต้น ซึ่งพบว่า มันเสียเวลาและค่าไฟมาก
ต่อมาทดลอง ต้มมันไปพร้อมหุงข้าวเลย ปรากฎว่า Work ครับ จะเนื้ออะไรมันก็สุกพร้อม หุงข้าว เสมอ แต่ จุดสังเกตุคือ มันหุงนานเป็นพิเศษ
แต่ก็พอกล้อมแกล้ม คือ เราจะ มีข้าว และ กับข้าวกินเองแล้ว  

    ตอนนี้เท่ากับเรามีเสรีภาพในการหุงหาอาหาร ไม่ต้องไปฝากท้องกับ ร้านอาหารอีกต่อไป ขั้นต่อมา ยังต้องเติมอะไรอีก

  ขั้นต่อไปคือ ผักต่างๆ ครับ ให้ซื้อมาอย่างน้อย 2 ชนิด สำหรับทุกสัปดาห์ การกะจำนวนให้เหมาะสมคงต้องดูจาก ตัวของคุณว่ากิน จุไหม
ต้องหาจำนวนนั้นเอาเอง ของผมตัวใหญ่ เล่นกล้าม ก็กินมากหน่อยครับ

  จะเห็นว่า ผ่านขั้นตอนนี้ได้ ใครๆ ก็รู้ว่าสุขภาพย่อมดีแน่ๆ เพราะอะไร?

1.ข้อแรก เราหันมากินข้าวซ้อมมือ หรือข้าวกล้องแทนข้าวขาว มันดีกว่าอย่างไร คุณรู้ดีอยู่แล้ว ถามว่า หากกินตามร้านมีแบบนี้ไหม หาได้น้อยมาก
แม้แต่ ร้านดังๆ ไม่ว่าจะเป็น สุกี้ อาหารญี่ปุ่น เขาก็ยังไม่เสิร์ฟ ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือนะครับ

2.ข้อสอง คุณจะได้กินผักทุกวัน ในปริมาณที่มากพอ ผมถามให้คุณตอบแบบซื่อสัตย์ ว่า คุณได้กินผักจริงๆ ครั้งสุดท้ายตอนไหน กินผักเป็นเครื่องเคียงไม่ใช่ผักในจาน ที่สั่งมากิน ซึ่งมีผักนิดเดียวไม่นับนะครับ

3.ข้อสาม รายจ่ายของคุณจะลดลงในปริมาณ มหาศาล  เพราะกินข้างนอก นี่ มื้อใน กทม. เอาให้อิ่มๆ ในย่าน ธุรกิจหน่อยนี่ 35 บาท ยังไม่แน่ว่าจะอิ่ม
ไม่นับน้ำหวานต่างๆ ก็พวกกาแฟ นั่นล่ะ แต่หากคุณทำกินเอง และนำ ไปกินที่ทำงานได้ จะประหยักขนาดไหน ลองคิดดู สมมติว่า

   1 วัน ต้องเสียเงินกินข้าว 3 มื้อ ราวๆ 130 บาท คิดแบบตัวเลขกลมๆ รวมน้ำหวานแล้ว เดือนหนึ่งทำงาน 22 วัน เป็นเงิน 2860 บาท คิดเผื่อกินเพิ่มบ้างเป็น 3000 บาท หากคุณทำกินเองได้ครบ 3 มื้อ คุณประหยัดเงินไป 3000 บาทเลยนะครับต่อเดือน คิดเป็นค่าซื้อข้าว ซื้อกับมาทำกินเอง ของผม อาจเสียค่าอาหารไปราวๆ 2000 บาท แต่ตรงๆ ไม่มีเพิ่มลด ผมยังกำไร 1000 บาท และกำไรแฝงอีก นับไม่ได้เพราะ
สุขภาพที่กลับคืนดี ได้กิน ผักปลา กับเขาบ้าง ข้าวก็ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ มันเอาเงินล้านแลกมาไม่ได้ ต้อง ใช้ตัวเราทำเอง กินเองเท่านั้น

   ค่าไฟ ค่าน้ำ หากมีเพิ่มขี้นบ้างก็ยังคุ้มอยู่ดี

    ราว 2 วันแรกที่หันกลับมาทำกินเอง พบว่า มันทำให้ผมมีอิสระ ตื่นมาหิว ทำกินได้เลยไม่ต้องรอร้านเปิด 9 โมง สดชื่นเพราะกินผัก อาหารมึนชา ตลอดวัน หายไปเลย คงเพราะสารอาหารดีๆ จากข้าวกล้องและผัก อ้อผลไม้ก็ต้องกินประจำนะครับ การขับถ่ายดีขึ้น เพราะปริมาณออกมามากและมีคุณภาพ
ฮ่ะๆๆๆ หากพ่วงการออกกำลังกายตอนเช้าเข้าไปด้วย นอนอย่าดึกมาก คุณจะมีชีวิต อย่างราชา เลยครับ

    เพื่อสุขภาพที่ดีงาม เราต้องร่วมกันทดลองและแสวงหาทาง แห่งสุขภาพดี ร่วมกันครับ

สวัสดี
:0)