สวัสดีครับ
อาการเจ็บหลังของผมก็ดีขึ้นมามาก แต่ย้ำนะครับไม่ได้มาจากการเพาะกาย แต่มาจากความประมาทของผม และวัยด้วย คือไม่ประมาณตนครับ อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเจ็บหลัง ปวดขา หรือมีอาการใกล้เคียง ความรู้ที่ผมได้จากการรักษาตัวเอง จากศาสตร์ต่างๆ ที่เพียรเขียนลงนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ และ การเล่นเพาะกาย เล่นให้ถูกวิธีและ ช้าๆ ครับ จะไม่เจ็บเลย
เอาเป็นว่า สายกลาง ไว้ดีที่สุดครับ
วันนี้ขอเล่าเรื่องน้ำมันมะพร้าว ที่ผมได้รับคำแนะนำมาตั้งแต่ ก่อนมีอาการเจ็บหลัง ครับคือ น้องชายของผมเอง เขาแนะนำผมเรื่องนี้ว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยให้ ลดน้ำหนักได้ แก้ท้องผูกซึ่ง น้องยังให้น้ำมันมะพร้าวขวดใหญ่มาด้วยเมื่อผมเดินทางกลับมา กรุงเทพฯ
วันแรกเห็นผลหลังดื่ม น้ำมันมะพร้าวไป 2 ช้อนชา อาการท้องผูก เปลี่ยนเป็น ถ่ายท้อง มากถึง `5` ครั้ง และโล่งเลยครับ จากนั้นก็ดื่มมาเรื่อยๆ เดือนนั้นสุขภาพดีขึ้นมาก
ต่อมาทิ้งระยะ เพราะไม่มีเวลา จนมาเป็นเจ็บหลัง โดยไม่คาดคิด น้องชายผมก็แนะนำเรื่อง ลดน้ำหนักย้ำว่า น้ำมันมะพร้าว ช่วยได้ ผมก็รับปาก เพราะเห็นเลยน้ำหนักตัวมาก ย่อมมีผลต่ออาการ สอดคล้องกับ คุณหมอ ที่วินิจฉัยว่า คุณน่ะยังไม่หายเพราะน้ำหนักมาก
คนน้ำหนักเบาๆ ยังหายกันช้า เลยสำหรับการปวดหลัง ประสาอะไรกับน้ำหนักมากๆ ที่พุง ซึ่งหลังต้องพยุงไว้ ดังนั้นต้องใช้ไม้เท้าช่วยครับ อย่าไปฝืน แต่ให้หัดเดิน เท้าเปล่า ไม่ใช้ไม้เท้าไว้บ้าง เพื่อจำท่าเดินได้ แต่ เจ็บให้หยุด ครับ
แฟนของผมก็แนะผมเรื่องน้ำหนักตัวเช่นกัน ซึ่งทำให้ผม มีแนวคิดว่า ต้องลดน้ำหนักให้ได้ ทำให้ ผมเริ่มปรับอาหาร และ นับแครอลี่ ค้นหาข้อมูล ควบคุมอาหาร จนลด แครอลี่ ในชีวิตประจำวันไปได้มากเลย (ปกติจะทานเก่งมากครับ) นี่ก็ผ่านไป ราว 40 วัน ที่คุมอาหารและออกกำลังกาย พร้อมยืดเส้นทำกายภาพบำบัด ไปด้วย ผมน้ำหนักลดลง ราวๆ 2.5 กิโลกรัม ผู้ใหญ่ว่า อย่าให้มากกว่านี้ ค่อยๆทำไป
สำหรับการลดน้ำหนักจึงคิดว่าเริ่มโอเค
แต่อาการปวดหลัง ยังมีกลับๆ มาบ้าง เพราะน้ำหนักตัว และชีวิตประจำวัน เพียงแต่ลดลงมากๆๆ แล้ว วันหนึ่งผมต้องนัดพบเพื่อน เรื่องสำคัญ ทำให้ต้องเข้าไปที่สถาบันการศึกษา ซึ่งที่นี่ ผมได้แวะไปเยี่ยม ท่านอาจารย์ ณรงค์ ท่านก็สอบถามทำไมใช้ไม้เท้า ก็แจ้งท่านไปว่าเพราะประมาท อย่างไร ท่านก็ เล่าเรื่องท่านว่า ครั้งหนึ่งท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศ เอื้อมไปหยับกระเป๋า ทีเดียว ปึ๊ด หลังด้านซ้าย ปวดทั้งแถบ นั่งเครื่องบินกลับมาปวดมาก นอนไม่ได้
ขออภัยหากถ่ายทอดได้ไม่ครบ นะครับอาจารย์ และไม่ได้แจ้งท่านในการนำมาเขียนในบทความนี้
ท่านเล่าว่า พอกลับมาบ้านก่อนนอน ท่านเอาน้ำมันมะพร้าว ทาที่หลัง เพียงข้ามคืน อาการการในตอนเช้าก็หายคลายปวดไปได้
ผมได้ประกายความคิดจากท่านจริงๆ และมีความหวังขึ้นมาก เพราะ หากรักษาตามปกติ ก็ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด หากเป็นของแผนปัจจุบัน คือ มีความเสี่ยงเรื่อง กัดกระเพาะ หากกินไปต่อเนื่องนานๆ ลองถามหมอกันครับ
ก่อนจะเจอท่านในวันนี้ ผมได้กินสมุนไพร มาก่อน เพราะฉุกคิดว่าเคยกิน เมื่อครั้งที่ลื่นล้มหลายปีก่อนก้นระบมเป็นเดือน แล้วหาย แต่ไม่คิดว่าเป็น สมุนไพรตัวนี้ เป็นหลัก พอไปอ่าน ก็พบว่า มันมีงานวิจัยว่า เขานี่ล่ะ ที่ส่งผลตรงๆ กับอาการเจ็บหลังส่วนล่างด้วยซ้ำ และ ขนาดหากใครเป็นถึงหมอนรองทับเส็น ยังใช้แทนกันได้ กับยาแผนปัจจุบันด้วย เอาเข้าไป เพิ่งรู้ คือซื้อมากินก่อน เพราะนึกได้ แต่ข้อมูลค้นเน็ตเจอหลังจากนั้น
เขาคือ เถาวัลย์เปรียงครับ ผมทานแบบแค็ปซูล
แต่อาจส่งผลเรื่องท้องผูกนะครับ ผมมีอาการแต่วันหลังก็คลายๆ ไป ลองต่อยอดกัน
อ่านไปเรื่อยๆ ก็เจอว่า เถาวัลย์เปรียง ผสมน้ำมันมะพร้าว ทาบริเวณที่เป็นอัมพฤกษ์ ยังทำให้หายได้ หรือ ทุเลาได้ อีกด้วย
หลังจากกินเถาวัลย์เปรียงได้ไม่กี่วันก็พบว่า มีอาการร้าวๆ ในบริเวณต่างๆ ขึ้นมา แต่กำลังขา การเดินก็คล่องกว่าเดิมครับ สรรพคุณเขาลงไปที่ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ฯลฯ
ผมเองก็ได้นึกว่า ท่านอาจารย์ ณรงค์ แนะนำน้ำมันมะพร้าวมาแล้ว ก็นำมาใช้สิ
จากนั้นผมมีโอกาสได้น้ำมันมะพร้าวมาราวๆ 1 ลิตรแบบสกัด ผมก็ลองเลยครับ ช่วงนี้หยุดเถาวัลย์เปรียงไว้ก่อน กินก่อนมื้ออาหาร 2 ช้อนโต๊ะ และ ทาด้วย โดยรินเพียง ค่อนช้อนโต๊ะ แล้วจิ้มมาทาที่บริเวณหลังส่วนล่างและสะโพกเอวทั้งหมด
รุ่งเช้า บริเวณที่ทา มันร้าวปวดไปหมด แปลกไม่เป็นมานานแล้ว แต่พอลุกเดิน พบว่า กำลังขาดีมากขึ้นและอาการขัดๆ หายไปมาก ทำให้ผมเริ่มศรัทธาว่า ว่าถูกทางแล้วครับ
เท่าที่จำได้ น้ำมันมะพร้าวนี่ หมอกระดูกไทย เขาก็ใช้กันในอดีตแม้ในปัจจุบันครับ
ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ณรงค์ ไว้เป็นอย่างสูงครับ จริงๆ ใครอยู่ในวงการ น้ำมันมะพร้าวย่อมรู้จักท่านดี เพราะท่านคือผู้บุกเบิกเรื่องนี้ในไทยก็ว่าได้
อย่าเพิ่งอ่านแล้วเชื่อลองต่อยอดกันครับ แต่ผมตั้งใจว่า หากทำให้ใครสักคนหายได้เร็ว ไม่ต้องทรมานลองผิดลองถูก ก็เป็นกุศลแล้ว ผลจากกุศลนี้ขอมอบให้ คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย แฟนของผม ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร และเทพผู้ดูแลต่างๆ ครับ
อ่านแล้วดีก็ร่วม ส่งต่อกันครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)
ขอเชิญชวนชายไทย ออกกำัลังกายโดยการเพาะกายเพื่อสร้างสรรค์สุขภาพให้ดีล้ำเลิศ
"จงจำไว้ว่า โลกชอบคนมีความพร้อม กีฬาเพาะกายสร้างความพร้อมให้คุณ สำหรับกีฬา และ การงานทุกรูปแบบ เพราะการเพาะกายคือ กีฬาของเทพเจ้า"
เปิดตัวตั้งแต่ วันที่ 24 พ.ค. 2554 (เช้า)
ดัชนีรวมท่าเพาะกายพร้อมฝึก*กระดานพูดคุย*พร้อมบทความ ด้านสุขภาพ อันน่าสนใจมากมาย โดยคุณบอลล์ :0)
Thursday, June 26, 2014
Wednesday, June 18, 2014
อัฟเดตอาการของ เว็บมาสเตอร์ กับการผจญภัยในโลกของคนเจ็บหลัง
สวัสดีครับ
หลังจากที่เป็นอาการเจ็บหลังมา ร่วมๆ จะ 2 เดือนผมก็ได้ผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่ต้องขอขอบคุณการเพาะกายที่มีเป็นทุนเดิมไว้ ทำให้ผมมีกล้ามเนื้อที่ แข็งแรงมากพอที่จะรองรับน้ำหนักตัว และไปทำงานได้ค่อนข้างเร็วๆ ทั้งๆ ที่หลายคนอาจจะต้องขอลา พักนาน แต่ผมได้ทดลอง และ พบว่าไปทำงานได้ ซึ่งขอบคุณการเพาะกายทุกครั้ง
อาการผมดีขึ้นทุกวัน โดยสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ ยังไม่กล้าเขียนรายละเอียด แต่บอกไว้คร่าวๆ คือ
1.ควบคุมอาหาร ดังคำ พระท่านว่า ผู้บริโภคน้อยยามวิกาล ย่อมอาพาธน้อย ตัวผมยิ่งน้ำหนักตัวมากเลยลดมันทุกมื้อ กินตามที่ควรให้ครบ 5 หมู่ครับ แต่กินให้น้อยลง แต่อันนี้แล้วแต่นะครับ ผมมีข้อสังเกตุว่าตั้งแต่ผมมีอาการมา ผมทานน้อยลงครับ
2.ค้นหาท่าโยคะมาประยุกต์ใช้ แต่ไม่ใช่ เล่นโยคะ แบบคนปกติ คืออะไร?
ในเน็ตจะมีท่านี้ ออกกำลังกายให้หลังแข็งแรง น่านั้น ช่วยกล้ามเนื้อหลัง คลายสะโพก ผมเชื่อครับว่าดี ยิ่งใน Youtube นี่เยอะมาก แต่คุณๆ ลืมอะไรไป 1 อย่างกันหรือเปล่า?
-โยคะจะมีการเตือนไว้เลยว่า บางโรคต้องปรึกษาหมอก่อน เล่นโยคะ นั่นแปลว่า โยคะบางท่า เหมาะกับคนที่ปกติ โยคะบางท่า คนป่วยทำได้ และหลายท่า ห้ามทำครับ จำข้อนี้ไว้
-คนที่เจ็บหลังแล้ว คำว่าแล้วคือคนป่วย จะด้วย การที่กล้ามเนื้ออักเสบ ชะลอการทำงาน หรือ หมอนรองทับเส้น หรืออาการเจ็บหลังใดๆ นั่นคือคนป่วย คุณต้องดูตัวเองครับ ว่า สมควรทำท่าโยคะนั้นๆ ไหม
วิธีที่ถูกคือ เมื่อเจ็บหลังด้วยอาการใดๆ แล้ว ควรค้นหาว่า โยคะท่าใด กายภาพท่าใด ที่เอามาทำกับอาการป่วยนั้นๆ ได้ หาได้แล้ว จึงค่อยนำมาทำ และ ท่าไหนทำแล้วเจ็บ ให้หยุดไว้ก่อนครับ นี่เป็นหลักของการทำกายภาพบำบัด ทำแล้วเจ็บ ต้องหยุดครับ จนรอดูอาการผ่านไปสักหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ มาลองช้าๆ หากผ่านได้ค่อยทำต่อไป แต่ต้องช้าๆ นะครับ
3.ช่วงที่รอท่าโยคะหลายท่า ที่ผมยังทำไม่ได้ ผมไม่อยู่เฉย ผมใช้ท่า ยืดเส้น หรือ ท่ากายภาพบำบัดต่างๆ มาทดลองทำช้า ค่อยๆ หาไป จนได้ท่าที่โอเคสำหรับผม และทำเรื่อยมา แนะนำว่า ให้ถามจากคนที่เคยเป็นเหมือนเรา แล้ว เขาใช้ท่าไหน บ้าง ลอกมาครับ แต่ ท่าไหนเจ็บ เลิก และหยุด ครับจำไว้ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สะสมให้ได้สัก 2-3 ท่า แล้วทำประจำ จะเห็นว่าอาการดีขึ้น
4.แนะนำท่าชี่กง เพราะส่วนมากจะยืนนิ่งๆ ทำท่านั้นท่านี้ ทำช้าๆ ค่อยๆ ทำ และเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนเป็นใหม่ๆ แต่ต้อง ช้า และ ไม่เจ็บ เน้นว่า คนที่เจ็บมาก ยืนไม่มั่นคง ให้ลองนั่งทำ และให้แบ่งทำ ครับเช่นเขามี 18 ท่าก็ทำวันละ 3 ท่า 5 ท่า แล้วค่อยวนใหม่ อย่าลุยทีเดียว เพราะนั่งทำ เลือดลมไม่ดีเท่ายืนทำ ผมลองมาแล้ว มึนจะเป็นลม มันเหนื่อยมาก
5. อย่าอวดดี เดินยังไม่เป็นท่า จงใช้ไม้เท้า ไม้เท้าแบบที่ค้ำแล้ว ไหล่ไม่ตก นะครับ ดีกว่า แบบไหล่เราต้องเอียงตามลงไป แม้จะดีขึ้นก็อย่าประมาท ใช้ไม้เท้าไปก่อน
6. ตรวจดูเมื่ออาการปวดส่วนใหญ่คลาย บางคนจะเป็นอาการ ความเจ็บ มันไปกระทบเส้นประสาท มันทำให้ขาอ่อนแรงได้ ก็ค่อยๆ เริ่มใช้ท่า ชี่กง โยคะมาช่วย วิธีที่ผมลองมาแล้วดีคือ ขาอ่อนแรง มักมาพร้อมกับ น่องตึง ให้ทำดังนี้
ผมใช้ท่า ขัดสมาธ คนอ้วนไขว้ขวาไว้หลวมๆ ก็ได้ แล้วประนมมือ กลางอก กางศอก นับ 1-60 ช้า หากนั่งแล้วเจ็บมากก็นับน้อยลงเป็น 1-10 ก็ได้ จากนั้น ให้ยืดขาไปข้างหน้า เท่าที่ยืดได้ นับ 30 ช้าๆ คนที่เจ็บเอามือประคองข้างตัวได้ จากนั้นสลับขาอีกข้างมาไว้ด้านหน้า ทำเหมือนเดิม แล้ว สลับขาอีกครั้ง ทำเหมือนเดิม
มันเป็นท่าที่พาเลือดลมมาเลี้ยงตั้งแต่เอวลงไปขาครับ ก็เลือดกับลมใช่ไหม ช่วยรักษาอาการต่างๆ ท่านี้จึงช่วยเรื่องขาอ่อนแรงได้ เห็นผลใน 1 เดือน ครับ
ยังใช้ท่าที่ว่านี้ กับคั่นในการออกกำลังในท่าต่างๆ หรือ ยิดเส้น หรือ ชี่กง แล้วขาเหมือนมันล้่าอ่อนแรงได้ดีมากครับ
จากนั้นพักนานหน่อย แล้วค่อยลุกไปยันกำแพง ก้าวขามาด้านหน้า โน้มตัวเข้าหากำแพงแล้วยิดขาอีกข้าง ทำสลับกัน แล้วทำพร้อมกัน จากนั้น นั่งสักพัก ลุกมาจะเดินคล่องขึ้น
หากทำท่าใหม่ๆ แล้ว เย็นนั้นหรือวันต่อมา มีอาการปวดกล้าม ล้าเห็นชัดให้ทำวันเว้นวันครับอย่าลุยทุกวันค่อยๆ สร้างความแข็งแกร่งครับผม
7. ต้องมีความเชื่อ ออกกำลังกาย ยืดเส้น ทำให้ได้ วันละอย่างน้อย 30 นาที ผมทำจนมาถึงวันละ 45นาทีแล้ว ต้องทำได้ระดับนี้ จะเริ่มเห็นผล
8.เชื่อมั่นว่า คุณจะหายได้ 100% หรือเกินกว่านั้น ตื่นมาพูดกับตัวเองเลย เราหายได้แน่นอน
9.รักษากายแล้ว รักษาทางจิตด้วย ให้สวดมนต์ ภาวนา ยืมพลังดีๆ ของจักรวาล พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มาใช้ หรือ ร่วมกับการตั้งสัจจะดีๆ สัก 1 ข้อเพื่อโลกเพื่อสังคม หรือตัวคุณเอง เช่น เลิกเหล้าเด็ดขาด
ถวายเป็นพุทธบูชาแบบนี้
10. มีคนที่รับฟังคุณ จงระบายออกครับ แต่คุยเรื่องบวกๆ ให้คนรับฟังบ้าง
11. ไม่ทำอะไรรีบ และพร้อมมีสติไม่ประมาท เกิดพลาดล้ม หรือ เจ็บแบบไม่ตั้งใจ อย่าซ้ำเติมตัวเอง
คิดบวกอย่างเดียว ว่าเราหายได้
12. กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำพอเพียง ทำใจให้สดชื่น
13. ควรออกกำลังกายไปตลอดชีวิต
14. มีโอกาสหาอากาศดีๆ เช่นสวนออกกำลังกาย ยังเจ็บมากต้องมีคนไปด้วย อากาศที่ไม่ใช่อุดอู้ในห้องน่ะครับ แต่ต้องดูตัวเองด้วยว่าไปแล้วกลับไหวไหม แรกๆ หาคนไปเป็นเพื่อน
15. นำความช้าเข้ามาในชีวิต ค่อยๆเดิน ค่อยๆทำ ครับ แบบไหน ให้นึกถึงการรำไทเก๊กครับ นั่นล่ะ
ลองเอามาให้อ่านกันครับ พบกันใหม่บทความต่อไป
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ ;0)
หลังจากที่เป็นอาการเจ็บหลังมา ร่วมๆ จะ 2 เดือนผมก็ได้ผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่ต้องขอขอบคุณการเพาะกายที่มีเป็นทุนเดิมไว้ ทำให้ผมมีกล้ามเนื้อที่ แข็งแรงมากพอที่จะรองรับน้ำหนักตัว และไปทำงานได้ค่อนข้างเร็วๆ ทั้งๆ ที่หลายคนอาจจะต้องขอลา พักนาน แต่ผมได้ทดลอง และ พบว่าไปทำงานได้ ซึ่งขอบคุณการเพาะกายทุกครั้ง
อาการผมดีขึ้นทุกวัน โดยสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ ยังไม่กล้าเขียนรายละเอียด แต่บอกไว้คร่าวๆ คือ
1.ควบคุมอาหาร ดังคำ พระท่านว่า ผู้บริโภคน้อยยามวิกาล ย่อมอาพาธน้อย ตัวผมยิ่งน้ำหนักตัวมากเลยลดมันทุกมื้อ กินตามที่ควรให้ครบ 5 หมู่ครับ แต่กินให้น้อยลง แต่อันนี้แล้วแต่นะครับ ผมมีข้อสังเกตุว่าตั้งแต่ผมมีอาการมา ผมทานน้อยลงครับ
2.ค้นหาท่าโยคะมาประยุกต์ใช้ แต่ไม่ใช่ เล่นโยคะ แบบคนปกติ คืออะไร?
ในเน็ตจะมีท่านี้ ออกกำลังกายให้หลังแข็งแรง น่านั้น ช่วยกล้ามเนื้อหลัง คลายสะโพก ผมเชื่อครับว่าดี ยิ่งใน Youtube นี่เยอะมาก แต่คุณๆ ลืมอะไรไป 1 อย่างกันหรือเปล่า?
-โยคะจะมีการเตือนไว้เลยว่า บางโรคต้องปรึกษาหมอก่อน เล่นโยคะ นั่นแปลว่า โยคะบางท่า เหมาะกับคนที่ปกติ โยคะบางท่า คนป่วยทำได้ และหลายท่า ห้ามทำครับ จำข้อนี้ไว้
-คนที่เจ็บหลังแล้ว คำว่าแล้วคือคนป่วย จะด้วย การที่กล้ามเนื้ออักเสบ ชะลอการทำงาน หรือ หมอนรองทับเส้น หรืออาการเจ็บหลังใดๆ นั่นคือคนป่วย คุณต้องดูตัวเองครับ ว่า สมควรทำท่าโยคะนั้นๆ ไหม
วิธีที่ถูกคือ เมื่อเจ็บหลังด้วยอาการใดๆ แล้ว ควรค้นหาว่า โยคะท่าใด กายภาพท่าใด ที่เอามาทำกับอาการป่วยนั้นๆ ได้ หาได้แล้ว จึงค่อยนำมาทำ และ ท่าไหนทำแล้วเจ็บ ให้หยุดไว้ก่อนครับ นี่เป็นหลักของการทำกายภาพบำบัด ทำแล้วเจ็บ ต้องหยุดครับ จนรอดูอาการผ่านไปสักหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ มาลองช้าๆ หากผ่านได้ค่อยทำต่อไป แต่ต้องช้าๆ นะครับ
3.ช่วงที่รอท่าโยคะหลายท่า ที่ผมยังทำไม่ได้ ผมไม่อยู่เฉย ผมใช้ท่า ยืดเส้น หรือ ท่ากายภาพบำบัดต่างๆ มาทดลองทำช้า ค่อยๆ หาไป จนได้ท่าที่โอเคสำหรับผม และทำเรื่อยมา แนะนำว่า ให้ถามจากคนที่เคยเป็นเหมือนเรา แล้ว เขาใช้ท่าไหน บ้าง ลอกมาครับ แต่ ท่าไหนเจ็บ เลิก และหยุด ครับจำไว้ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สะสมให้ได้สัก 2-3 ท่า แล้วทำประจำ จะเห็นว่าอาการดีขึ้น
4.แนะนำท่าชี่กง เพราะส่วนมากจะยืนนิ่งๆ ทำท่านั้นท่านี้ ทำช้าๆ ค่อยๆ ทำ และเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนเป็นใหม่ๆ แต่ต้อง ช้า และ ไม่เจ็บ เน้นว่า คนที่เจ็บมาก ยืนไม่มั่นคง ให้ลองนั่งทำ และให้แบ่งทำ ครับเช่นเขามี 18 ท่าก็ทำวันละ 3 ท่า 5 ท่า แล้วค่อยวนใหม่ อย่าลุยทีเดียว เพราะนั่งทำ เลือดลมไม่ดีเท่ายืนทำ ผมลองมาแล้ว มึนจะเป็นลม มันเหนื่อยมาก
5. อย่าอวดดี เดินยังไม่เป็นท่า จงใช้ไม้เท้า ไม้เท้าแบบที่ค้ำแล้ว ไหล่ไม่ตก นะครับ ดีกว่า แบบไหล่เราต้องเอียงตามลงไป แม้จะดีขึ้นก็อย่าประมาท ใช้ไม้เท้าไปก่อน
6. ตรวจดูเมื่ออาการปวดส่วนใหญ่คลาย บางคนจะเป็นอาการ ความเจ็บ มันไปกระทบเส้นประสาท มันทำให้ขาอ่อนแรงได้ ก็ค่อยๆ เริ่มใช้ท่า ชี่กง โยคะมาช่วย วิธีที่ผมลองมาแล้วดีคือ ขาอ่อนแรง มักมาพร้อมกับ น่องตึง ให้ทำดังนี้
ผมใช้ท่า ขัดสมาธ คนอ้วนไขว้ขวาไว้หลวมๆ ก็ได้ แล้วประนมมือ กลางอก กางศอก นับ 1-60 ช้า หากนั่งแล้วเจ็บมากก็นับน้อยลงเป็น 1-10 ก็ได้ จากนั้น ให้ยืดขาไปข้างหน้า เท่าที่ยืดได้ นับ 30 ช้าๆ คนที่เจ็บเอามือประคองข้างตัวได้ จากนั้นสลับขาอีกข้างมาไว้ด้านหน้า ทำเหมือนเดิม แล้ว สลับขาอีกครั้ง ทำเหมือนเดิม
มันเป็นท่าที่พาเลือดลมมาเลี้ยงตั้งแต่เอวลงไปขาครับ ก็เลือดกับลมใช่ไหม ช่วยรักษาอาการต่างๆ ท่านี้จึงช่วยเรื่องขาอ่อนแรงได้ เห็นผลใน 1 เดือน ครับ
ยังใช้ท่าที่ว่านี้ กับคั่นในการออกกำลังในท่าต่างๆ หรือ ยิดเส้น หรือ ชี่กง แล้วขาเหมือนมันล้่าอ่อนแรงได้ดีมากครับ
จากนั้นพักนานหน่อย แล้วค่อยลุกไปยันกำแพง ก้าวขามาด้านหน้า โน้มตัวเข้าหากำแพงแล้วยิดขาอีกข้าง ทำสลับกัน แล้วทำพร้อมกัน จากนั้น นั่งสักพัก ลุกมาจะเดินคล่องขึ้น
หากทำท่าใหม่ๆ แล้ว เย็นนั้นหรือวันต่อมา มีอาการปวดกล้าม ล้าเห็นชัดให้ทำวันเว้นวันครับอย่าลุยทุกวันค่อยๆ สร้างความแข็งแกร่งครับผม
7. ต้องมีความเชื่อ ออกกำลังกาย ยืดเส้น ทำให้ได้ วันละอย่างน้อย 30 นาที ผมทำจนมาถึงวันละ 45นาทีแล้ว ต้องทำได้ระดับนี้ จะเริ่มเห็นผล
8.เชื่อมั่นว่า คุณจะหายได้ 100% หรือเกินกว่านั้น ตื่นมาพูดกับตัวเองเลย เราหายได้แน่นอน
9.รักษากายแล้ว รักษาทางจิตด้วย ให้สวดมนต์ ภาวนา ยืมพลังดีๆ ของจักรวาล พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มาใช้ หรือ ร่วมกับการตั้งสัจจะดีๆ สัก 1 ข้อเพื่อโลกเพื่อสังคม หรือตัวคุณเอง เช่น เลิกเหล้าเด็ดขาด
ถวายเป็นพุทธบูชาแบบนี้
10. มีคนที่รับฟังคุณ จงระบายออกครับ แต่คุยเรื่องบวกๆ ให้คนรับฟังบ้าง
11. ไม่ทำอะไรรีบ และพร้อมมีสติไม่ประมาท เกิดพลาดล้ม หรือ เจ็บแบบไม่ตั้งใจ อย่าซ้ำเติมตัวเอง
คิดบวกอย่างเดียว ว่าเราหายได้
12. กินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำพอเพียง ทำใจให้สดชื่น
13. ควรออกกำลังกายไปตลอดชีวิต
14. มีโอกาสหาอากาศดีๆ เช่นสวนออกกำลังกาย ยังเจ็บมากต้องมีคนไปด้วย อากาศที่ไม่ใช่อุดอู้ในห้องน่ะครับ แต่ต้องดูตัวเองด้วยว่าไปแล้วกลับไหวไหม แรกๆ หาคนไปเป็นเพื่อน
15. นำความช้าเข้ามาในชีวิต ค่อยๆเดิน ค่อยๆทำ ครับ แบบไหน ให้นึกถึงการรำไทเก๊กครับ นั่นล่ะ
ลองเอามาให้อ่านกันครับ พบกันใหม่บทความต่อไป
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ ;0)
Wednesday, June 4, 2014
เว็บมาสเตอร์ มาปวดหลัง เลยค้นหาข้อมูลด้านนี้มาแชร์กันไว้มากหน่อย อาการของผมดีขึ้นเรื่อยๆ และมีความท้าทายมากมาย
สวัสดีครับ
บล็อกนี้ก็ขอนำข้อมูลแนว การบำบัด การรักษาโรคปวดหลัง มาแชร์ไว้ครับ สำหรับนักเพาะกายจำไว้ว่า อาการปวดหลังมีได้ หากคุณเล่นผิดท่า ดังนั้น ท่าต้องทำให้ถูก หายใจต้องถูก และ ทำช้าๆ จำไว้นะครับ แต่ ตัวผมไม่ได้ปวดหลังเพราะเพาะกาย แต่ปวดเพราะใช้ชีวิต ผิดท่า พอเป็นแล้วก็ ต้องหาข้อมูล ค้นมาได้ ก็ลองทำดู และก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ
ผมยังต้องเดินทางต่อไป มุ่งสู่เป้าหมาย เราต้องหายดี 100% ให้ได้ด้วยความ ศรัทธา มุ่งมั่น และมีระเบียบวินัย ในการทำท่าออกกำลังกายต่างๆ และ ท่ากายภาพบำบัด ซึ่ง ต้องลงมือทำ และ ค้นคว้ามาเรื่อยๆ เพราะการปวดหลัง ไม่ใช่ แค่กล้าม กระดูกทับเส้น หรือ กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท เราจึงต้องค้นหลายๆ แนว และเลือกเอา ท่าต่างๆ วิธีการ ที่เหมาะกับเรา ทำแล้วอาการดีขึ้นมาปฏิบัติ อย่างมี สติ ปัญญา ค่อยๆ ทำไป ซึ่ง ถือว่าเป็น การแพทย์ทางเลือก แบบค้นหากันเองครับ
อย่างไรก็ตาม การปรึกษาหมอคือเรื่องจำเป็น ก่อนจะลงมือทำ หากไม่แน่ใจ เอาบล็อกของผมให้คุณหมอชมก่อนก็ได้ครับ ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน
อย่ายอมอยู่เฉยๆ ทนความปวด โดยไม่ทำอะไรเลย ทดลองค้นหาทางเลือกต่างๆ และลงมือทำ เช่นท่าออกกำลังกาย ท่ากายภาพบำบัด ค่อยๆ ทำดู ให้เวลาสัก 7 วัน - 30 วัน หากพบว่าอาการดีขึ้น ก็เก็บท่านั้นๆ ไว้ ท่าไหน ทำแล้วเจ็บประจำ ก็ทิ้งไปหาท่าอื่นมาทดแทน ผมเชื่อว่า ท่านจะลดความทรมาน ไปได้มากกว่า 90% ครับ และยังทำให้ร่างกายทุกส่วนแข็งแรงตามไปอีกด้วย เผลอๆ คุณภาพชีวิตภาพรวม อาจดีกว่า ตอนที่ยังไม่เจ็บหลังก็ได้
คำว่าเจ็บหลัง ไล่มาตั้งแต่ คอ ถึง ก้นกบ ครับ ส่วนล่างนี่ ยังเกี่ยวกับ บั้นเอว สะโพก ก้น และ ขาอีกด้วย
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ ไม่ต้องเพาะกายก็อ่านได้ครับ แต่ จำไว้ว่า
ต้องศรัทธา มุ่งมั่นทำไป และ มีวินัยว่า จะทำวันละกี่ครั้ง ต้องทำจริงครับ
วันนี้ขอนำคลิปท่านอาจารย์ท่านนี้ที่ผม นับถือมาให้ชมกันครับ
หมายเหตุ: ทำช้าๆ นะครับ อย่าเร่งเด็ดขาด อันไหนเจ็บอย่าทำเด็ดขาด
บล็อกนี้ก็ขอนำข้อมูลแนว การบำบัด การรักษาโรคปวดหลัง มาแชร์ไว้ครับ สำหรับนักเพาะกายจำไว้ว่า อาการปวดหลังมีได้ หากคุณเล่นผิดท่า ดังนั้น ท่าต้องทำให้ถูก หายใจต้องถูก และ ทำช้าๆ จำไว้นะครับ แต่ ตัวผมไม่ได้ปวดหลังเพราะเพาะกาย แต่ปวดเพราะใช้ชีวิต ผิดท่า พอเป็นแล้วก็ ต้องหาข้อมูล ค้นมาได้ ก็ลองทำดู และก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ
ผมยังต้องเดินทางต่อไป มุ่งสู่เป้าหมาย เราต้องหายดี 100% ให้ได้ด้วยความ ศรัทธา มุ่งมั่น และมีระเบียบวินัย ในการทำท่าออกกำลังกายต่างๆ และ ท่ากายภาพบำบัด ซึ่ง ต้องลงมือทำ และ ค้นคว้ามาเรื่อยๆ เพราะการปวดหลัง ไม่ใช่ แค่กล้าม กระดูกทับเส้น หรือ กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท เราจึงต้องค้นหลายๆ แนว และเลือกเอา ท่าต่างๆ วิธีการ ที่เหมาะกับเรา ทำแล้วอาการดีขึ้นมาปฏิบัติ อย่างมี สติ ปัญญา ค่อยๆ ทำไป ซึ่ง ถือว่าเป็น การแพทย์ทางเลือก แบบค้นหากันเองครับ
อย่างไรก็ตาม การปรึกษาหมอคือเรื่องจำเป็น ก่อนจะลงมือทำ หากไม่แน่ใจ เอาบล็อกของผมให้คุณหมอชมก่อนก็ได้ครับ ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน
อย่ายอมอยู่เฉยๆ ทนความปวด โดยไม่ทำอะไรเลย ทดลองค้นหาทางเลือกต่างๆ และลงมือทำ เช่นท่าออกกำลังกาย ท่ากายภาพบำบัด ค่อยๆ ทำดู ให้เวลาสัก 7 วัน - 30 วัน หากพบว่าอาการดีขึ้น ก็เก็บท่านั้นๆ ไว้ ท่าไหน ทำแล้วเจ็บประจำ ก็ทิ้งไปหาท่าอื่นมาทดแทน ผมเชื่อว่า ท่านจะลดความทรมาน ไปได้มากกว่า 90% ครับ และยังทำให้ร่างกายทุกส่วนแข็งแรงตามไปอีกด้วย เผลอๆ คุณภาพชีวิตภาพรวม อาจดีกว่า ตอนที่ยังไม่เจ็บหลังก็ได้
คำว่าเจ็บหลัง ไล่มาตั้งแต่ คอ ถึง ก้นกบ ครับ ส่วนล่างนี่ ยังเกี่ยวกับ บั้นเอว สะโพก ก้น และ ขาอีกด้วย
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ ไม่ต้องเพาะกายก็อ่านได้ครับ แต่ จำไว้ว่า
ต้องศรัทธา มุ่งมั่นทำไป และ มีวินัยว่า จะทำวันละกี่ครั้ง ต้องทำจริงครับ
วันนี้ขอนำคลิปท่านอาจารย์ท่านนี้ที่ผม นับถือมาให้ชมกันครับ
กายบริหารแก้อาการปวดหลัง เอว หรือยืดกายคลายโรค
นำไปทำกันครับ ขอให้ไว้เป็นวิทยาทาน เป็นกุศลต่อตัวกระผมเองในการบำบัดโรคปวดหลังของตัวเอง
ให้หายจากโรคโดยเร็ว และแข็งแรงขึ้น และ ขออนุโมทนาบุญท่านอาจารย์ไว้ ณ. ที่นี้ครับผม
ขณะที่ ทุกท่านก็ช่วยกันแชร์ เพื่อเป็น กุศลให้กับตัวของทุกท่านเองด้วยครับ สวัสดีครับ :0)
หมายเหตุ: ทำช้าๆ นะครับ อย่าเร่งเด็ดขาด อันไหนเจ็บอย่าทำเด็ดขาด
เผยแพร่เมื่อ 27 ส.ค. 2013
https://www.facebook.com/TharaMassageอ.สุวัฒน์ เชียงใหม่ 089-191-1664 ปรารถนาให้คนไทย มีสุขภาพดี ลดการใช้ยาแก้ปวด
การแนะนำ กายบริหาร เพื่อยืดเส้น เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เพื่อทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายหลังการยืด เพื่อแก้อาการปวดหลัง หรือต้นคอ บ่าไหล่ หริหารกล้ามเนื้อท้องและหลังให้แข็งแรง
ข้อควรระวัง ถ้ากายบริหารท่าใดทำแล้วมีอาการเจ็บหรือเส ียวหลัง ให้หยุดทำทันที แล้วเปลี่ยนท่าใหม่ที่ทำแล้วไม่เจ็บ เริ่มต้นควรทำแต่น้อย ค่อยๆเพิ่มเมื่อร่างกายเกิดความเคยชิน "ให้"เป็นวิทยาทาน(เป็นท่าต่างๆ ที่ผมทำ แล้วหายปวดหลัง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล)
การแนะนำ กายบริหาร เพื่อยืดเส้น เพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว เพื่อทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายหลังการยืด เพื่อแก้อาการปวดหลัง หรือต้นคอ บ่าไหล่ หริหารกล้ามเนื้อท้องและหลังให้แข็งแรง
ข้อควรระวัง ถ้ากายบริหารท่าใดทำแล้วมีอาการเจ็บหรือเส
ตามลิงค์ไปเลยครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์:0)
Saturday, May 31, 2014
การทำสมาธิรักษาโรค ช่วยกันเผยแผ่ครับ เพื่อเป็นวิทยาทาน และขออนุโทนาบุญทุกท่าน
เชิญรับฟัง
รวมเกล็ดคำสอนของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย รวมรวมเรียบเรียงโดย ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดม เผยแพร่ต่อได้ ห้ามจำหน่าย
สวัสดีครับ
รวมเกล็ดคำสอนของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย รวมรวมเรียบเรียงโดย ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดม เผยแพร่ต่อได้ ห้ามจำหน่าย
สวัสดีครับ
เชื่อไหมเจ็บหลังเฉียบพลัน ทำให้กล้ามก้น หยุดทำงานได้ และ อาจเกิดอาการ กล้ามเนื้อเกร็งหนีบเส้นประสาท สร้างความเจ็บปวด
สวัสดีครับ
ผมมีอาการเจ็บหลัง และ พอจะหายดี มันมีอาการปวดร้าว ระทม ปวดโคตรๆ ที่สะโพกขวา ทรมานอยู่หลายวัน แต่ก็ทุเลาบรรเทามาได้ ด้วย บล็อกดีๆ แห่งหนึ่ง กับบทความเกี่ยวกับ กล้ามก้นที่คุณแอนเขียนไว้ อ่านให้ครบ 2 ตอน นะครับ และช่วยกันแชร์ ต่อๆไป เป็น วิทยาทาน เป็นกุศลสำหรับเพื่อนๆ ทุกท่านและ ผมขออนุโมทนาบุญ คุณแอน กับเพื่อนๆ ไว้ ณ. ที่นี้ครับผม
บล็อกของคุณแอน http://dropdeadhealthy.blogspot.com/2013/05/blog-post.html
เชื่อผมมันมีประโยชน์มากๆ ครับ
ใครอยากได้บทสรุปสั้นๆ ก็อ่านบทความนี้ ก่อนตามลิงค์ ไปที่บล็อกของคุณแอนครับ
โดยสรุปคือ กล้ามเนื้อส่วนก้น นี่มันมี เล็ก กลาง ใหญ่ คลุมตั้งแต่แก้มก้นทั้งสองข้าง ออกไปทางสะโพก น้อยคนจะทราบว่า เมื่อมีอาการเจ็บหลัง ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ ล้ม ใช้งานหนัก หรือกระทั่งหมอนรองกระดูกทับเส้น ไอ้อาการเจ็บ แรงๆ ตอนเป็นใหม่ มันจะไปทำให้ บางคน เกิดกล้ามเนื้อก้น Inactivate
คือ นิ่งทำงานไม่เต็มที่ เชื่อไหม นี่คือ หญ้าปากคอก เส้นผมบังภูเขา ครับ
แล้วก็มีนักวิชาการฝรั่ง เขาสังเกตุและระบุไว้ในหนังสือ ว่า หากเราไม่ Activate หรือกระตุ้น กล้ามก้นบ้างหลังเจ็บหลัง มันอาจจะนอนนิ่งไปนาน เกินไป ต้อง กระตุ้นกล้ามก้นครับ
ผมเองเริ่มจากสังเกตุว่า ทำไมพออาการเจ็บหลัง ก้น มันทุเลาแล้ว ไปทำงานได้ นั่งได้ ทั้งวัน แต่ท่าเดินเรา มันผิดไปจากเดิม ไม่มั่นคง ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครคิดถึงกล้ามก้นแน่ๆ วันหนึ่งผมต้องเดินข้ามสะพานลอยพอลงมา เกิดร้อนที่แก้มก้น และลองเกร็งต่อ จะเดินได้ใกล้ปกติเลย จึงไปนั่งร้านกาแฟ แล้วค้นดูเรื่องกล้ามก้น ก็มาเจอ บทความคุณแอน ขอบคุณมากๆ ครับ
อ่านแล้วตะลึง กล้ามก้น มันคือ กล้ามสำคัญพอๆ กับกล้ามขา ว่ากันว่า หากกล้ามก้น แข็งแรง เราจะวิ่งเร็วกว่า เดินได้เร็วกว่า กระโดดได้ไกลกว่า คุณพ่อของผมให้สังเกตุว่า นักวิ่งฝรั่งเช่น 100 เมตร จะก้นงอนกระดกกันทุกคน จริงไหม?
ผมมองมุมกลับหากมันมีปัญหา ทุกอย่างก็กลับด้อยลงจริงไหม ลองอ่านไป อ้าวมีพูดเรื่องปวดหลังที่ว่าไว้ เฮ้ยนี่ใช่เลย เต็มๆ เขายังว่าไปถึงอาการขาอ่อนแรง ข้อต่างๆ ที่ขาอ่อนแรงอีกต่างหาก
เขาให้เรา กระตุ้นให้กล้ามก้นกลับมาทำงาน โดย ใช้ Mind to Muscle คือใจคุมกล้ามเนื้อ ผมลองนุกถึงกล้ามที่ก้น แล้วก็ ลองเกร็งดู ค้างไว้ 3 วินาที แล้วคลาย ทำแบบนี้ 10 ครั้ง ข้างที่ผมมีปัญหา จากนั้นสลับไปข้างขาที่เดินปกติ เท่ากัน จากนั้นทำให้ครบ ข้างละ 3 รอบ
สรุป: เกร็งกล้ามก้นข้างใดข้างหนึ่ง นาน 3 วินาที แล้ว คลาย ทำ 10 ครั้ง
พักคั่น 10 วินาที
เกร็งข้างต่อไปแบบเดียวกัน
และ พักคั่นก่อนเปลี่ยนข้าง
ให้ทำให้ได้ ข้างละ 3 รอบ
มีข้อแม้ ทำแล้วเจ็บ จงหยุดทันที แสดงว่า ร่างกายยังรักษาส่วนนั้นอยู่ รอวันครับ ค่อยๆ เพิ่มจำนวนไปจนทำได้ครับ เจ็บมากก็เลิก เว้นวันได้
ผมนั่งอ่าน ลองเกร็งกล้ามก้นซ้ายขวา จนครบ คือผมไม่เจ็บมากแล้ว นั่งอยู่ ราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง ลุกกลับบ้าน คราวนี้เดินโดยใช้กล้ามก้นไปด้วย ซึ่งผมลืมใช้ หรือ ใช้น้อยมาตั้งแต่เริ่มเจ็บ คราวนี้ผมเดินคล่องมากๆ จนตกใจ และสังเกตุว่า พอจะไปเดินขึ้นบันไดคอนโด ด้านหน้า และด้านในไปขึ้นลิฟต์ ผมใช้เวลาไม่มาก และ พักรอฟื้นอาการเจ็บที่ยังมีที่หลัง น้อยลงไปอย่างเห้นได้ชัด ปกติต้องพักราวๆ 10 นาที แ่ต่พอใช้กล้ามก้นช่วย ไม่ต้องนานครับ
แล้วผมยังอ่านเพิ่มจากบทความอื่นผมไปเจอ ท่าออกกำลังกายแบบเดียวกับของคุณแอน ที่ท่านนี้ปวดสะโพกมากๆ แล้วกล่าวถึงอาการ กล้ามเนื้อเกร็งไปหนีบเส้นประสาท แล้วเขาเจ็บที่สะโพก เมื่อนำมาประยุกต์กับการเกร็งกระตุ้นกล้ามก้น ที่มีเส้นประสาทพาดผ่านด้านล่างไปออกสะโพก คืนนั้นผมก็หายจากอาการปวดสะโพกทันที มีร้าวๆ แต่พอเป็นก็เกร็งกล้ามก้นสู้ช้าๆ นับ 3 วิ คลาย มันหายจริงๆ ครับ ผมยังเอามือ มาอังๆ บริเวณที่เจ็บไปด้วย ส่งพลังครับ
แล้วก็บังเอิญไปเจอ จุด Trigger Point คือ กดจุดรักษาโรคนั่นล่ะ เขาว่า ราคาถูกแต่ให้ผลการรักษาเยี่ยมๆ คือลากตามเส้นกล้ามเนื้อหลังลงไป อยู่บริเวณเหนือข้อสะโพกมาทางบั้นเอว จุดนี้กดแล้วหายแทบทันที คือกดจุดบ้าง เกร็งกล้ามก้นบ้าง มันหายจริงๆ ครับ
ลองค้นดูนะครับ Trigger Point กับกล้ามก้น หรือ ปวดสะโพก ประมาณนี้ จะได้ตำแหน่งที่ชัดเจนขึ้น
จากนั้นวันไหนเดิน ก็อย่าไปคาดหวังก่อนว่า จะดีมากๆ กว่าเดิม เอาเป็นว่า ทรงอาการแล้วทำไปสัก 1-2 วัน มีคนทักผมมากเลยว่า พี่ๆ พี่เดินดีกว่าเดิมมาก แบบนี้ครับ
จำไว้นะครับ ทำแล้ว เจ็บ มีผลข้างเคียง มีอาการแปลกๆ เลิกก่อน เว้นสัก 1 - 2 วันค่อยมาทำใหม่ๆ และจงทำท่ายืดเส้นสำหรับคนปวดหลัง ประจำ เช้า หรือ เย็น ช้าๆ ท่าใดทำแล้วดี สะสมไว้ แต่วันใดทำแล้วมันเจ็บ เลิกและเว้นไปก่อน อย่าลืมว่า ร่างกายของเราก็กำลังรักษาตัวเอง อย่าไปทำซ้อนกันครับ
ลุกๆ นั่งๆ เดินๆ บ้าง ทุกๆ 2 ชั่วโมง อย่านั่งจม ครับ
หากอาการมีข้อ ขา อ่อนแรง ก็ลองค้นการทำกายภาพบำบัด ข้อเท้าอ่อนแรง ขาอ่อนแรง ต้องฝึก-ขยับข้อไว้เสมอ ช้าๆ บ่อยๆ ครับ ลองดูครับ
ยังมีคลิปของหมอสุวัฒน์ เชียงใหม่อีก ลองตามไปดูครับ สำหรับโรคนี้โดยตรงครับ
ขออนุโมทนาบุญคุณหมอ สุวัฒน์ ไว้นะที่นี้ครับ
ขอให้ช่วยกันแชร์เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
เราต้อง มีศรัทธา มีมานะ และมีวินัยครับผม ใครอ้วน อย่าคิดมาก ลดให้ได้เดือนละ 2 กิโลกรัม ทำไปเรื่อยๆ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมแน่ๆ ง่ายๆ คือ งดข้าวมื้อเย็น ทานผลไม้ น้ำมากๆ เอาให้ครบ 5 หมู่ต่อวันก็แล้วกันครับ
ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีถ้วนหน้าครับ อ้ออย่าลืมตามลิงค์ข้างบนไปอ่านบล็อกต้นฉบันของคุณแอนด้วยนะครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)
ผมมีอาการเจ็บหลัง และ พอจะหายดี มันมีอาการปวดร้าว ระทม ปวดโคตรๆ ที่สะโพกขวา ทรมานอยู่หลายวัน แต่ก็ทุเลาบรรเทามาได้ ด้วย บล็อกดีๆ แห่งหนึ่ง กับบทความเกี่ยวกับ กล้ามก้นที่คุณแอนเขียนไว้ อ่านให้ครบ 2 ตอน นะครับ และช่วยกันแชร์ ต่อๆไป เป็น วิทยาทาน เป็นกุศลสำหรับเพื่อนๆ ทุกท่านและ ผมขออนุโมทนาบุญ คุณแอน กับเพื่อนๆ ไว้ ณ. ที่นี้ครับผม
บล็อกของคุณแอน http://dropdeadhealthy.blogspot.com/2013/05/blog-post.html
เชื่อผมมันมีประโยชน์มากๆ ครับ
ใครอยากได้บทสรุปสั้นๆ ก็อ่านบทความนี้ ก่อนตามลิงค์ ไปที่บล็อกของคุณแอนครับ
โดยสรุปคือ กล้ามเนื้อส่วนก้น นี่มันมี เล็ก กลาง ใหญ่ คลุมตั้งแต่แก้มก้นทั้งสองข้าง ออกไปทางสะโพก น้อยคนจะทราบว่า เมื่อมีอาการเจ็บหลัง ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ ล้ม ใช้งานหนัก หรือกระทั่งหมอนรองกระดูกทับเส้น ไอ้อาการเจ็บ แรงๆ ตอนเป็นใหม่ มันจะไปทำให้ บางคน เกิดกล้ามเนื้อก้น Inactivate
คือ นิ่งทำงานไม่เต็มที่ เชื่อไหม นี่คือ หญ้าปากคอก เส้นผมบังภูเขา ครับ
แล้วก็มีนักวิชาการฝรั่ง เขาสังเกตุและระบุไว้ในหนังสือ ว่า หากเราไม่ Activate หรือกระตุ้น กล้ามก้นบ้างหลังเจ็บหลัง มันอาจจะนอนนิ่งไปนาน เกินไป ต้อง กระตุ้นกล้ามก้นครับ
ผมเองเริ่มจากสังเกตุว่า ทำไมพออาการเจ็บหลัง ก้น มันทุเลาแล้ว ไปทำงานได้ นั่งได้ ทั้งวัน แต่ท่าเดินเรา มันผิดไปจากเดิม ไม่มั่นคง ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครคิดถึงกล้ามก้นแน่ๆ วันหนึ่งผมต้องเดินข้ามสะพานลอยพอลงมา เกิดร้อนที่แก้มก้น และลองเกร็งต่อ จะเดินได้ใกล้ปกติเลย จึงไปนั่งร้านกาแฟ แล้วค้นดูเรื่องกล้ามก้น ก็มาเจอ บทความคุณแอน ขอบคุณมากๆ ครับ
อ่านแล้วตะลึง กล้ามก้น มันคือ กล้ามสำคัญพอๆ กับกล้ามขา ว่ากันว่า หากกล้ามก้น แข็งแรง เราจะวิ่งเร็วกว่า เดินได้เร็วกว่า กระโดดได้ไกลกว่า คุณพ่อของผมให้สังเกตุว่า นักวิ่งฝรั่งเช่น 100 เมตร จะก้นงอนกระดกกันทุกคน จริงไหม?
ผมมองมุมกลับหากมันมีปัญหา ทุกอย่างก็กลับด้อยลงจริงไหม ลองอ่านไป อ้าวมีพูดเรื่องปวดหลังที่ว่าไว้ เฮ้ยนี่ใช่เลย เต็มๆ เขายังว่าไปถึงอาการขาอ่อนแรง ข้อต่างๆ ที่ขาอ่อนแรงอีกต่างหาก
เขาให้เรา กระตุ้นให้กล้ามก้นกลับมาทำงาน โดย ใช้ Mind to Muscle คือใจคุมกล้ามเนื้อ ผมลองนุกถึงกล้ามที่ก้น แล้วก็ ลองเกร็งดู ค้างไว้ 3 วินาที แล้วคลาย ทำแบบนี้ 10 ครั้ง ข้างที่ผมมีปัญหา จากนั้นสลับไปข้างขาที่เดินปกติ เท่ากัน จากนั้นทำให้ครบ ข้างละ 3 รอบ
สรุป: เกร็งกล้ามก้นข้างใดข้างหนึ่ง นาน 3 วินาที แล้ว คลาย ทำ 10 ครั้ง
พักคั่น 10 วินาที
เกร็งข้างต่อไปแบบเดียวกัน
และ พักคั่นก่อนเปลี่ยนข้าง
ให้ทำให้ได้ ข้างละ 3 รอบ
มีข้อแม้ ทำแล้วเจ็บ จงหยุดทันที แสดงว่า ร่างกายยังรักษาส่วนนั้นอยู่ รอวันครับ ค่อยๆ เพิ่มจำนวนไปจนทำได้ครับ เจ็บมากก็เลิก เว้นวันได้
ผมนั่งอ่าน ลองเกร็งกล้ามก้นซ้ายขวา จนครบ คือผมไม่เจ็บมากแล้ว นั่งอยู่ ราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง ลุกกลับบ้าน คราวนี้เดินโดยใช้กล้ามก้นไปด้วย ซึ่งผมลืมใช้ หรือ ใช้น้อยมาตั้งแต่เริ่มเจ็บ คราวนี้ผมเดินคล่องมากๆ จนตกใจ และสังเกตุว่า พอจะไปเดินขึ้นบันไดคอนโด ด้านหน้า และด้านในไปขึ้นลิฟต์ ผมใช้เวลาไม่มาก และ พักรอฟื้นอาการเจ็บที่ยังมีที่หลัง น้อยลงไปอย่างเห้นได้ชัด ปกติต้องพักราวๆ 10 นาที แ่ต่พอใช้กล้ามก้นช่วย ไม่ต้องนานครับ
แล้วผมยังอ่านเพิ่มจากบทความอื่นผมไปเจอ ท่าออกกำลังกายแบบเดียวกับของคุณแอน ที่ท่านนี้ปวดสะโพกมากๆ แล้วกล่าวถึงอาการ กล้ามเนื้อเกร็งไปหนีบเส้นประสาท แล้วเขาเจ็บที่สะโพก เมื่อนำมาประยุกต์กับการเกร็งกระตุ้นกล้ามก้น ที่มีเส้นประสาทพาดผ่านด้านล่างไปออกสะโพก คืนนั้นผมก็หายจากอาการปวดสะโพกทันที มีร้าวๆ แต่พอเป็นก็เกร็งกล้ามก้นสู้ช้าๆ นับ 3 วิ คลาย มันหายจริงๆ ครับ ผมยังเอามือ มาอังๆ บริเวณที่เจ็บไปด้วย ส่งพลังครับ
แล้วก็บังเอิญไปเจอ จุด Trigger Point คือ กดจุดรักษาโรคนั่นล่ะ เขาว่า ราคาถูกแต่ให้ผลการรักษาเยี่ยมๆ คือลากตามเส้นกล้ามเนื้อหลังลงไป อยู่บริเวณเหนือข้อสะโพกมาทางบั้นเอว จุดนี้กดแล้วหายแทบทันที คือกดจุดบ้าง เกร็งกล้ามก้นบ้าง มันหายจริงๆ ครับ
ลองค้นดูนะครับ Trigger Point กับกล้ามก้น หรือ ปวดสะโพก ประมาณนี้ จะได้ตำแหน่งที่ชัดเจนขึ้น
จากนั้นวันไหนเดิน ก็อย่าไปคาดหวังก่อนว่า จะดีมากๆ กว่าเดิม เอาเป็นว่า ทรงอาการแล้วทำไปสัก 1-2 วัน มีคนทักผมมากเลยว่า พี่ๆ พี่เดินดีกว่าเดิมมาก แบบนี้ครับ
จำไว้นะครับ ทำแล้ว เจ็บ มีผลข้างเคียง มีอาการแปลกๆ เลิกก่อน เว้นสัก 1 - 2 วันค่อยมาทำใหม่ๆ และจงทำท่ายืดเส้นสำหรับคนปวดหลัง ประจำ เช้า หรือ เย็น ช้าๆ ท่าใดทำแล้วดี สะสมไว้ แต่วันใดทำแล้วมันเจ็บ เลิกและเว้นไปก่อน อย่าลืมว่า ร่างกายของเราก็กำลังรักษาตัวเอง อย่าไปทำซ้อนกันครับ
ลุกๆ นั่งๆ เดินๆ บ้าง ทุกๆ 2 ชั่วโมง อย่านั่งจม ครับ
หากอาการมีข้อ ขา อ่อนแรง ก็ลองค้นการทำกายภาพบำบัด ข้อเท้าอ่อนแรง ขาอ่อนแรง ต้องฝึก-ขยับข้อไว้เสมอ ช้าๆ บ่อยๆ ครับ ลองดูครับ
ยังมีคลิปของหมอสุวัฒน์ เชียงใหม่อีก ลองตามไปดูครับ สำหรับโรคนี้โดยตรงครับ
ขอให้ช่วยกันแชร์เพื่อเป็นวิทยาทานครับ
เราต้อง มีศรัทธา มีมานะ และมีวินัยครับผม ใครอ้วน อย่าคิดมาก ลดให้ได้เดือนละ 2 กิโลกรัม ทำไปเรื่อยๆ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมแน่ๆ ง่ายๆ คือ งดข้าวมื้อเย็น ทานผลไม้ น้ำมากๆ เอาให้ครบ 5 หมู่ต่อวันก็แล้วกันครับ
ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีถ้วนหน้าครับ อ้ออย่าลืมตามลิงค์ข้างบนไปอ่านบล็อกต้นฉบันของคุณแอนด้วยนะครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)
Saturday, May 24, 2014
การเพาะกาย กับคุณูปการทางตรง และทางอ้อม ยามเจ็บไข้ได้ป่วย (ปวดหลัง)
สวัสดีครับ
คนที่เคยปฏิบัติมา หมายถึงทางด้าน สมถะหรือวิปัสนากรรมฐาน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า
มรณานุสติ อันหมายถึง ทุกคนมีที่หมายคือ ต้องตายกันทั้งนั้น เป็นการมีสติ เตือน ตัวเอง ตลอดเวลา ทำให้ มีสติทำให้สิ่งอันควร นี่พื้นๆ หากเป็นผู้ปฏิบัติจริงจัง สามารถทำให้เข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและ เบื่อในการเกิดได้จริงๆ ข้อนี้ เป็นวิปัสนา
ตัวผมเองมีความรู้เพียง หางอึ่งพอได้ศึกษามาบ้างก็พบว่า ยังไม่ต้องคิดเรื่องตายหรอกครับ เพียงได้เจ็บหนักๆ แรงๆ ก็พอจะเห็นภาพและได้สติในหลายๆ เรื่องว่า ชีวิตนี้มีค่านัก จงเร่งทำความดีเถิด และ ซาบซึ้งในพระคุณของพ่อและแม่ อย่างสูงยิ่ง
ยามที่เรายังแข็งแรง เราน้อยนักจะเห็นความสำคัญของเพื่อนรัก คือ ร่างกายของเรา เพราะมันเป็นของตาย และอยู่กับเรามาแสนนาน จนวันที่เราบาดเจ็บหนัก ป่วยแรง และเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เราจะทราบดีว่า พระคุณ พ่อแม่ นั้น สูงส่งเพียงใด
เอาแบบพีื้นฐานที่สุด หยาบๆ พระคุณพ่อแม่มองได้จากที่ไหน สำหรับผม มองเห็นได้จากร่างกาย ของเรา ที่ กินได้ นอนหลับ ตื่นขึ้นมา ลุกนั่งสบาย มีแรงกายไปทำงาน และเพียง ลุก นั่ง ยืน เดิน และ นอน ได้อย่างสบายๆ ไม่มี อาการเจ็บปวดใดๆ เราจะบอกว่า นี่เราโชคดี จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น
ต้องคิดต่อไปว่า อะไรคือต้นเหตุแห่งความโชคดีนี้ล่ะ
คำตอบคือ พ่อแม่ ที่ให้ร่างกายและจิตใจของเรามา คุณภาพชีวิตที่อยู่มาได้อย่างไม่เจ็บป่วย หรือ ปวด คือ ชีวิตที่พ่อแม่ให้
จนวันที่เราเจ็บป่วยเราจึงรู้ค่าว่า ร่างกายนี้สิคือ ของขวัญชิ้นสำคัญที่พ่อแม่มอบให้ และคนเราต้องมี พลังศรัทธา ในการรักษาตัวเอง โดยมีหลักส่วนตัวดังนี้
หลักในการรักษาตัวเอง จงอย่ายอมแพ้
1. มีศรัทธาในการรักษาตัว ปรับใจลงมากลางๆ แล้วตั้งใจว่า ต้องรักษาตัวเองให้ดีที่สุด
+การแพทย์ปัจจุบัน
+การบำบัด, กายภาพบำบัด
+การแพทย์ทางเลือกต่างๆ
+ การรักษาโดยพลัง เช่น ชี่กง โยคะ และอ่ืนๆ
2. เข้าหาผู้ใหญ่ พูดคุยแบ่งปัน อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว
3. พูดคุยกับญาติ หรือ เพื่อน กำลังใจสำคัญ
4. จงต่อสู้ และ คนรอบข้างจะร่วมสู้กับคุณ
5. ยามว่าง ต้องหาความบันเทิงใจ ที่ไม่ทำให้อาการคุณกำเริบ ของผม ฟังเพลง ดูหนังที่ห้อง
แต่ต้องไม่มากเกินไป
ุ
6. หลวงพ่อจรัล วันอัมพวัน สิงห์บุรี ท่่านว่า สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสนาเป็นยากิน ทั้งกินทั้งทา ย่อมดีแน่
จะป่วยหนัก ป่วยไม่หนัก ทำข้อ 6.นี้รับรอง มีแต่ได้กับได้ และมีผู้ป่วยจำนวนมาก หายขาด อย่างไม่น่า เชื่อ ด้วยข้อ 6. นี้
ึ7. งดอบายมุขทุกชนิด เพื่อป้องกัน ทุกข์ใหม่ๆ ขจัดทุกข์เก่า
8. เชื่อว่า เราต้องทำได้ มีศรัทธา เสมอ และ เจริญอิทธิบาท 4 ธรรมแห่งความสำเร็จ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าเป็น ธรรมะแห่งความสำเร็จ พุทธพจน์เป็นคำจริง ดังนั้น เจริญมากๆ เราหายเจ็บป่วยได้แน่นอน
ผมมีคร่าวๆ 8 ข้อนี้
เอ้าวันนี้พาเข้าหัวข้อก่อนครับ สำหรับคนที่เจ็บหลัง และต้องใช้ไม้เท้า จะเป็นแบบในรูป หัวกลม แบบมือจับ หรือแบบใดก็ตาม มันคือการใช้ไม้เท้า พวกเราเป็นนักเพาะกายแน่ละ มวลกล้ามเนื้อมากกว่าคนทั่วไป นั่นคือ น้ำหนักตัวย่อมมากกว่า ระดับถัวเฉลี่ย ยามไม่เจ็บหลัง ไม่มีทางรู้ว่า น้ำหนักที่มากกว่า ยามที่ต้องใช้ไม้เท้า มันมีผลต่อมือข้างที่ใช้ไม้เท้า อย่างไม่น่าเชื่อครับ มันคืออะไร?
มันคืออาการ กลุ่มที่เรา รู้จักดี
นิ้วล็อค นั่่นเองกั
คนที่เคยปฏิบัติมา หมายถึงทางด้าน สมถะหรือวิปัสนากรรมฐาน คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า
มรณานุสติ อันหมายถึง ทุกคนมีที่หมายคือ ต้องตายกันทั้งนั้น เป็นการมีสติ เตือน ตัวเอง ตลอดเวลา ทำให้ มีสติทำให้สิ่งอันควร นี่พื้นๆ หากเป็นผู้ปฏิบัติจริงจัง สามารถทำให้เข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและ เบื่อในการเกิดได้จริงๆ ข้อนี้ เป็นวิปัสนา
ตัวผมเองมีความรู้เพียง หางอึ่งพอได้ศึกษามาบ้างก็พบว่า ยังไม่ต้องคิดเรื่องตายหรอกครับ เพียงได้เจ็บหนักๆ แรงๆ ก็พอจะเห็นภาพและได้สติในหลายๆ เรื่องว่า ชีวิตนี้มีค่านัก จงเร่งทำความดีเถิด และ ซาบซึ้งในพระคุณของพ่อและแม่ อย่างสูงยิ่ง
ยามที่เรายังแข็งแรง เราน้อยนักจะเห็นความสำคัญของเพื่อนรัก คือ ร่างกายของเรา เพราะมันเป็นของตาย และอยู่กับเรามาแสนนาน จนวันที่เราบาดเจ็บหนัก ป่วยแรง และเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เราจะทราบดีว่า พระคุณ พ่อแม่ นั้น สูงส่งเพียงใด
เอาแบบพีื้นฐานที่สุด หยาบๆ พระคุณพ่อแม่มองได้จากที่ไหน สำหรับผม มองเห็นได้จากร่างกาย ของเรา ที่ กินได้ นอนหลับ ตื่นขึ้นมา ลุกนั่งสบาย มีแรงกายไปทำงาน และเพียง ลุก นั่ง ยืน เดิน และ นอน ได้อย่างสบายๆ ไม่มี อาการเจ็บปวดใดๆ เราจะบอกว่า นี่เราโชคดี จริงๆ ไม่ใช่แค่นั้น
ต้องคิดต่อไปว่า อะไรคือต้นเหตุแห่งความโชคดีนี้ล่ะ
คำตอบคือ พ่อแม่ ที่ให้ร่างกายและจิตใจของเรามา คุณภาพชีวิตที่อยู่มาได้อย่างไม่เจ็บป่วย หรือ ปวด คือ ชีวิตที่พ่อแม่ให้
จนวันที่เราเจ็บป่วยเราจึงรู้ค่าว่า ร่างกายนี้สิคือ ของขวัญชิ้นสำคัญที่พ่อแม่มอบให้ และคนเราต้องมี พลังศรัทธา ในการรักษาตัวเอง โดยมีหลักส่วนตัวดังนี้
หลักในการรักษาตัวเอง จงอย่ายอมแพ้
1. มีศรัทธาในการรักษาตัว ปรับใจลงมากลางๆ แล้วตั้งใจว่า ต้องรักษาตัวเองให้ดีที่สุด
+การแพทย์ปัจจุบัน
+การบำบัด, กายภาพบำบัด
+การแพทย์ทางเลือกต่างๆ
+ การรักษาโดยพลัง เช่น ชี่กง โยคะ และอ่ืนๆ
2. เข้าหาผู้ใหญ่ พูดคุยแบ่งปัน อย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว
3. พูดคุยกับญาติ หรือ เพื่อน กำลังใจสำคัญ
4. จงต่อสู้ และ คนรอบข้างจะร่วมสู้กับคุณ
5. ยามว่าง ต้องหาความบันเทิงใจ ที่ไม่ทำให้อาการคุณกำเริบ ของผม ฟังเพลง ดูหนังที่ห้อง
แต่ต้องไม่มากเกินไป
ุ
6. หลวงพ่อจรัล วันอัมพวัน สิงห์บุรี ท่่านว่า สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสนาเป็นยากิน ทั้งกินทั้งทา ย่อมดีแน่
จะป่วยหนัก ป่วยไม่หนัก ทำข้อ 6.นี้รับรอง มีแต่ได้กับได้ และมีผู้ป่วยจำนวนมาก หายขาด อย่างไม่น่า เชื่อ ด้วยข้อ 6. นี้
ึ7. งดอบายมุขทุกชนิด เพื่อป้องกัน ทุกข์ใหม่ๆ ขจัดทุกข์เก่า
8. เชื่อว่า เราต้องทำได้ มีศรัทธา เสมอ และ เจริญอิทธิบาท 4 ธรรมแห่งความสำเร็จ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าเป็น ธรรมะแห่งความสำเร็จ พุทธพจน์เป็นคำจริง ดังนั้น เจริญมากๆ เราหายเจ็บป่วยได้แน่นอน
ผมมีคร่าวๆ 8 ข้อนี้
เอ้าวันนี้พาเข้าหัวข้อก่อนครับ สำหรับคนที่เจ็บหลัง และต้องใช้ไม้เท้า จะเป็นแบบในรูป หัวกลม แบบมือจับ หรือแบบใดก็ตาม มันคือการใช้ไม้เท้า พวกเราเป็นนักเพาะกายแน่ละ มวลกล้ามเนื้อมากกว่าคนทั่วไป นั่นคือ น้ำหนักตัวย่อมมากกว่า ระดับถัวเฉลี่ย ยามไม่เจ็บหลัง ไม่มีทางรู้ว่า น้ำหนักที่มากกว่า ยามที่ต้องใช้ไม้เท้า มันมีผลต่อมือข้างที่ใช้ไม้เท้า อย่างไม่น่าเชื่อครับ มันคืออะไร?
มันคืออาการ กลุ่มที่เรา รู้จักดี
นิ้วล็อค นั่่นเองกั
ที่ผมว่า พวกเรานักเพาะกายรู้จัก อาการนิ้วล็อคกันดี เพราะนิ้วล็อค เกิดมาจากการ ยกของหนัก และผมขอแถมคือ การที่ฝ่ามือต้องยันกับวัตถุเดิมๆ ซ้ำ อีกด้วย โดยมีน้ำหนักกดลงมาจากลำตัวและแขนมาที่ฝ่ามือโดยผิดธรรมชาติ ในที่นี้ คือการใช้ไม้เท้า นั่นเอง
นักเพาะกายจำนวนหนึ่งจะมีอาการนิ้วล็อค หลังจากฝืกได้ไม่นาน แต่คนที่อ่านบล็อกนี้ของผม จะไม่กลัวนักเพราะผมเคยเขียนบทความไว้แล้วว่า เรารักษาตัวเองได้ และได้จริงๆ ขณะที่เพิ่งเริ่มเป็น ซึ่งลองตามหาอ่านนะครับในบทความเก่าๆ สาเหตุจากนิ้วล็อค มาจาก วงแหวนของเอ็นนิ้วมือ มันอักเสบครับ ทางการแพทย์ เขาจะเข้าไปตัดมัน ง่ายๆ แต่หากเพิ่งเริ่มเป็น รักษาได้ครับ เพราะผมรักษาตัวเองมาแล้วและหายขาดมาก่อนๆ เอ้าบอกคร่าวๆ เน้นคนเพิ่งเริ่มมีอาการนะครับ เช่น ตื่นมาตอนเช้า มีนิ้วหนึ่ง งอเป็นมุมฉาก ไม่ยอมยืดเหมือนเพ่ือนๆ หากลองดัดเบาๆ ลองกำมือ สักพัก เขาคลาย ก็ให้ทำดังนี้
-เอามือข้างที่เป็น มาจับข้อมืออีกด้านโดย วางนิ้งโป้งขนานไปกับท่อนแขน อย่าไปกำ
- นิ้วที่เหลือ กำท่อนแขนเหนือข้อมือไว้ แล้ว ให้ดึงเนื้อที่กำไว้ถอยออกมา แล้วกดปลายนิ้วทั้ง 4 ลงไป จะได้ยินเสียง ครึ้ก รู้สึกไปถึงโคนทุกนิ้ว นั่นล่ะ ทำสัก 2-3 ครั้ง
- จากนั้น ทาพวก แซมบัค ที่ โดนนิ้ว หรือทั้งฝ่ามือ เรียบร้อย
ให้เลิกเล่นเหวต สัก 7-10 วัน รับรองหายครับ จากนั้นเวลากลับมาเล่น จงใส่ถุงมือเสมอ ครับ
จากความรู้เดิมข้างต้น ผมเจ็บหลังและใช้ไม้เท้ามาราวๆ เกือบเดือน เช้าวันหนึ่ง ตื่นมา มือระบมครับ และมีอาการนิ้วล็อค ผมก็เฉยๆ เราเล่นเหวตมาเรารู้จักอาการนี้ดี ก็ทำเหมือนที่บอก และ ผมพิสูจน์ว่า ผมทำได้จริงๆ 2 วันอาการปวดแปล็บๆ ทั้งฝ่ามือหายและนิ้วล็อคก็หาย ทำไม?
ที่ผมหายนิ้วล็อคอีกแล้ว ก็เพราะมันคืออาการเดียวกับ การยกน้ำหนักนั่นล่ะ จนผมสรุปได้เองว่า หากมีน้ำหนักกระทำกับมือแบบผิดธรรมชาติ มันจะเป็น ดังนั้น ผมก็รักษาตามวิธีของผม และเอา ถุงมือเพาะกายมาสวม ดังรูป แล้วผมก็ไม่เขินอาย ผมสวมมันเวลาใช้ไม้เท้าไปข้างนอก แล้วมันก็หายขาด ครับ จริงๆ มันเท่อีกต่างหาก คุณว่าไหม
ภาพตอนสวม เป็นถุงมือที่ผมเคยเขียนบทความสมัยก่อน ยังสภาพดีมาก ซื้อหาได้ที่แผนกกีฬาตามห้างครับ ผมซื้อที่ The Mall ครับ 3 ปีแล้ว เป็นแบบรัดที่ข้อมือ เป็นแถบติดกันดีเสียอีก เวลาย้ำน้ำหนักลงไปมันคอยเซฟข้อมือให้เราอีกด้วย แล้วเวลาขึ้นรถ หรือ อะไร เราจะคว้าจับ ก็ยังแน่นไม่ลื่นอีกต่างหาก ลดภาระมือของเราไปได้ มากโข นี่ล่ะที่ว่าประโยชน์ทางอ้อมของการเพาะกาย เรามีอุปกรณ์พวกนี้ในห้องในบ้าน ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนให้เมื่อยครับ บวก ความรู้จากบล็อกนี้เรื่องนิ้วล็อคทำให้เรารักษาตัวเองได้อีกต่างหาก
ภาพขณะสวมถุงมือและจับไม้เท้า ตามที่คนเราถนัด
อย่างไรก็ตามประโยชน์อีกข้อของการเพาะกายคือ การรู้ว่า การใช้ท่าออกกำลังที่ถูกต้อง จะทำให้ชีวิตเราสบายขึ้น ไม่อันตราย รูปข้างต้นคือ การจับที่สวมวันแรก เพราะมันยังเจ็บๆ แปล็บๆ หากสวมถุงมือแล้วยังเจ็บให้จับแบบ ดัชนี้ชี้พื้น คือ ยืดนิ้วชี้ลงไปตามความยาวของไม้เท้า และ มีนิ้วโป้งประคองยืดเช่นกัน ขณะใช้ฝ่ามือเป็นเสมือนเป้าคลุมหัวไม้เท้าไว้ คุณจะพบว่า รับน้ำหนักได้ดี และ ไม่เจ็บมือครับ คนที่อาการเจ็บหลังทุเลาแล้ว จับท่านี้ก็ยังไหวครับ
ภาพแสดงให้เห็นมิติต่างๆ ของมือ ถุงมือ และ หัวไม้เท้า
ขอให้ท่านจดจำสิ่งที่ผมเขียนเผยแผ่นี้ไว้ เป็นวิทยาทานครับ สำหรับคนใช้ไม้เท้า คนเจ็บหลัง การสวมถุงมือสามารถช่วยคุณจาก อาการนิ้วล็อคได้ ซึ่งหากเราไม่รักษามันจะเป็นการ ซ้ำเติมอาการ ที่จะใช้ไม้เท้าก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะเจ็บมือ นิ้วล็อค นี่เป็นวิทยาทาน เป็นกุศลแรง ขอให้เรามาช่วยกัน แชร์ไปนะครับเพื่อเป็นวิทยาทาน สืบไป
เล่าจากประสบการณ์จริง สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)
Sunday, May 18, 2014
ข้อสังเกตุ นักเพาะกายที่ กลายมาเป็นคนป่วยชั่วคราว อ่านกันครับ
สวัสดีครับ
กายเพาะกายนั้น สร้างคุณูปการ ให้กับนักเพาะกาย มากมายจริงๆ เพราะกล้ามเนื้อ ฟ้องให้คนรอบข้างได้รับรู้ว่า เราแข็งแรง แกร่งเพียงใด ไม่ต้องแสร็งทำ หรือ กร่างไม่เข้าท่า กล้ามเนื้อมันบอกได้ชัดครับ ไม่ต้องไปสร้างภาพใดๆ
ประโยชน์อีกข้อคือ หากเราหัดมาพอสมควร เราอาจพร้อมรับความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ดี กว่าที่เราจะคาดคิด ตัวผมเองตอนนี้ เป็นโรคเจ็บหลัง ไม่ได้มาจากเพาะกายนะครับ แต่มาจากวิถีชีวิต ที่ ดันไปนั่งหลังค่อม จนติดเป็นนิสัย แล้ววันหนึ่งอาการเจ็บหลังเฉียบพลันก็เกิดขึ้น
แต่แม้จะเจ็บร้าวอยู่ราวๆ 3 วันก็ยังทนอยู่ได้ กับการกินพารา เป็นระยะๆ (ตัวอย่างที่ไม่ดี จริงๆ แล้วหาหมอก่อนดีกว่าครับ) คราวนี้มันให้ความรู้ผมเรื่องการเจ็บหลังมากพอควร ครับ
วันที่ 3 น่ะ ผมสามารถฝืนเดินไปซื้อเสบียงที่ 7-11 ได้ด้วยตนเอง แปลกใจว่า ขามันพาไปไหวได้อย่างไร นั่นเพราะ ผมเคยเล่นเพาะกายขา มาอย่างหนักครับ เช่น Leg Press เป็นต้น
การเดินลงไปจากคอนโดแม้จะมีลิฟต์แต่บันได ทีหลายแห่งผ่านได้ เพราะ ขาเราเคยเพาะกายมา นั่นเอง ผมยังคิดว่า หากเป็นสมัยก่อน ป่านนี้ คงเดินยากล่ะ
หลังจากเป็นได้ `4` วันก็พบหมอ คุณหมอก็ดูแลอาการให้ยา และ เจลมาทา ก็พอบรรเทา และอาการปวดแรงๆ หายไปมาก แต่ อาการ ขาอ่อนแรงตามมา แต่เชื่อไหม ขนาดนั้น ผมก็ยังเดินได้ แม้จะช้าลง
จงสร้างกล้ามเนื้อไว้ครับ เพราะหากมีเรื่องฉุกเฉิน คุณยีงช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแบบผม
ขอให้ฝึกเพาะกายกันไว้บ้าง เพื่อช่วยพยุงรักษาร่างกายคุณในอนาคต และในยามที่ต้องการ
เท่านี้ก่อน
สวัสดีครับ
คุณบอลล์
:0)
กายเพาะกายนั้น สร้างคุณูปการ ให้กับนักเพาะกาย มากมายจริงๆ เพราะกล้ามเนื้อ ฟ้องให้คนรอบข้างได้รับรู้ว่า เราแข็งแรง แกร่งเพียงใด ไม่ต้องแสร็งทำ หรือ กร่างไม่เข้าท่า กล้ามเนื้อมันบอกได้ชัดครับ ไม่ต้องไปสร้างภาพใดๆ
ประโยชน์อีกข้อคือ หากเราหัดมาพอสมควร เราอาจพร้อมรับความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ดี กว่าที่เราจะคาดคิด ตัวผมเองตอนนี้ เป็นโรคเจ็บหลัง ไม่ได้มาจากเพาะกายนะครับ แต่มาจากวิถีชีวิต ที่ ดันไปนั่งหลังค่อม จนติดเป็นนิสัย แล้ววันหนึ่งอาการเจ็บหลังเฉียบพลันก็เกิดขึ้น
แต่แม้จะเจ็บร้าวอยู่ราวๆ 3 วันก็ยังทนอยู่ได้ กับการกินพารา เป็นระยะๆ (ตัวอย่างที่ไม่ดี จริงๆ แล้วหาหมอก่อนดีกว่าครับ) คราวนี้มันให้ความรู้ผมเรื่องการเจ็บหลังมากพอควร ครับ
วันที่ 3 น่ะ ผมสามารถฝืนเดินไปซื้อเสบียงที่ 7-11 ได้ด้วยตนเอง แปลกใจว่า ขามันพาไปไหวได้อย่างไร นั่นเพราะ ผมเคยเล่นเพาะกายขา มาอย่างหนักครับ เช่น Leg Press เป็นต้น
การเดินลงไปจากคอนโดแม้จะมีลิฟต์แต่บันได ทีหลายแห่งผ่านได้ เพราะ ขาเราเคยเพาะกายมา นั่นเอง ผมยังคิดว่า หากเป็นสมัยก่อน ป่านนี้ คงเดินยากล่ะ
หลังจากเป็นได้ `4` วันก็พบหมอ คุณหมอก็ดูแลอาการให้ยา และ เจลมาทา ก็พอบรรเทา และอาการปวดแรงๆ หายไปมาก แต่ อาการ ขาอ่อนแรงตามมา แต่เชื่อไหม ขนาดนั้น ผมก็ยังเดินได้ แม้จะช้าลง
จงสร้างกล้ามเนื้อไว้ครับ เพราะหากมีเรื่องฉุกเฉิน คุณยีงช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแบบผม
ขอให้ฝึกเพาะกายกันไว้บ้าง เพื่อช่วยพยุงรักษาร่างกายคุณในอนาคต และในยามที่ต้องการ
เท่านี้ก่อน
สวัสดีครับ
คุณบอลล์
:0)
Subscribe to:
Posts (Atom)







