Monday, September 22, 2014

150 วันหลังอาการปวดหลัง โลกเปลี่ยนไปมากไหม

สวัสดีครับ

   ตัวเลข 150 วัน หากมองผ่านๆ ก็คงนึกว่าผมกำลังเขียนเล่าอาการปวดหลังเหมือนครั้งก่อนๆ แต่หากมองดีๆ มันคือ 5 เดือนแล้วนะครับ ที่ผมต้องผ่านอะไรๆ มา จนถึงหมดเดือนที่ 5 เริ่มเดือนที่ 6 ครับ

    ปัญหาของคนเราเมื่อผ่านเข้าเดือนที่ 6 คือเราจะเริ่มประมาทครับ เพราะอาการเริ่มเออาอยู่แล้ว แต่ ผมขอให้คิดกินนะครับว่า

     พระเอกในหนังจีนกำลังภายใน ฝึกวิชายอดวิทยายุทธ์ขั้นที่่ 9 หรือ 10 ได้นั้น เพราะเขาเชื่อว่า มีสุดยอดวิชารออยู่ จงจำไว้ว่า ขอให้เราเชื่อครับว่า แม้อาการจะดีขึ้น เริ่มทรงตัว จากเดินไม่คล่อง มาเดินคล่อง ก็อย่าคิดว่าพอแล้ว ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว แต่ให้คิดว่า ทำไมเราจะกลับไปแข็งแรง และ ดีกว่า เดิม คือตอนก่อนเป็น ปวดหลังไม่ได้ล่ะ

    ทำไมเราไม่คิดว่ามันต้องดีกว่าสมัยก่อนล่ะ ทำไมเราพอเท่านี้ ทำไมไม่ทำเผื่อออกไปสำหรับอนาคตล่ะ ขอให้ตั้งใจว่า จะดีเยี่ยมกว่านี้ครับ แต่ ต้องค่อยๆ ทำแบบใส่ใจ ไม่ใช่หักโหม

     ค่อยๆ ทำ รักษาท่าโยคะ ท่ากายภาพ วิธีคิอของคุณไว้ครับแล้ว จงทำไปตลอดชีวิตครับ แม้จะหายปวดหายเจ็บไปแล้ว แต่ทำเพื่อรักษามันไว้ให้ได้ตลอดชีวิตครับ คุณทำได้

สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)

Friday, August 29, 2014

127 วันหลังอาการปวดหลัง ความคืบหน้าของอาการ :0)

สวัสดีครับ

    โพสต์ครั้งนี้ก็หลังจากครั้งก่อน เกือบๆ 1 เดือน ก็พอจะทิ้งช่วงเรื่องการอัฟเดตอาการ ของกระผมที่ไม่ถี่หรือห่างเกินไปนะครับ ผมได้ทำอะไรมาบ้าง

     -ผมยังดูแลหลังของผม ประหนึ่งสิ่งเลอค่าเหมือนเช่นเดิม แม้นอาการดีขึ้นเพียงใด แต่ต่อจากนี้ไปจะไม่ลืมคำที่แม่สอน ที่ว่า นั่งหลังตรงเสมอ (เข็ดแล้วครับ) ขอแถมว่าการนั่งที่ถูกต้อง ยังต้องทำดังนี้

          --นั่งหลังตรงให้ก้นไปชิดข้างหลัง หรือพนักพิงให้มากที่สุด
          --หาหมอนหรืออะไรที่นุ่มๆ พบรับแรงได้ มาหนุนที่ส่วนเหนือบั้นเอวให้รับกับโค้งตัว S ของ
            หลังแล้วค่อยนั่งทำงาน มันสามารถรับแรงกระทำได้ดีมาก ทำให้ระยะยาวกระดูกสันหลัง
            ไม่เสื่อมไม่เจ็บหลังง่ายๆ

       จำไว้ว่า ไม่นั่งหลังค่อมเด็ดขาด ไม่หลังหลังงองุ้มด้วย

    -แม้อาการจะดีขึ้นเพียงใด อย่าปล่อยปละหลังของคุณ เช่นนั่งรถกระแทก พิสูจน์ว่าเราหายแล้ว หรือ เจออะไรเจ็บที่หลังก็ฝืนๆไป อย่าทำปรับท่าทันที สอนวินัยนี้ไว้ครับ

    -อย่าใส่กางเกงคับ รัดเข็มขัดแน่น นั่งทำงานก็ปลดเข็มขัดสิครับ รัดรูที่หลวมๆ หรือใครตัวใหญ่มากๆ ปลดตะขอกางเกงก็ได้ครับ ฝืนเจ็บทำไม อย่าเอากระเป๋าเงินหรือพวงกุยแจใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังเพราะคุณจะนั่งทับและต้องเอนปรับท่านั่งทำให้ผิดธรรมชาติ หลังก็จะเสีย เผลอๆ ไปออกทีอาการกล้ามเนื้อก้นหนีบเส้นประสาทแล้วจะหาว่าไม่เตือนครับ
 
   -หมั่นออกกำลังกาย คนที่เจ็บหลังใช่ว่าไร้วาสนา แต่จริงๆ แล้ว อาจเป็นพวกได้สิทธิ รับสัญญาณเตือนคือพอเป็นแล้ว ร้อยทั้งร้อยต้องหาวิธีให้บรรเทา ให้หายปวดหลัง เพราะมันปวดมากจริงๆ คนไม่เป็นไม่มีทางรู้ครับ ส่วนมากจะไปทาง ออกกำลังกาย ทำโยคะเบาๆ ชีกง หรือ การออกท่าออกทางบำบัด หลายคนก็ควบคุมอาหารเพราะยิ่งน้ำหนักลดลงจะลดความปวดลงได้ หลายคนเป็นแบบน้ัน

    พวกเขาจะขยันทำโดย ไม่มีต้องมีใครบังคับ ยิ่งทำแล้วอาการปวดลดลงๆๆๆๆ ยิ่งหมั่นทำ เพราะปวดหลังนี่คือสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดแล้ว น่าเบื่อกว่าการออกกำลังกายเป็นไหนๆ พอทำไปมากๆ เข้าจะพบว่า อาการดีขึ้นๆๆๆๆ และส่วนมาก หลังจากทำเป็นประจำ 2-3 เดือนขึ้นไปจะมีคนทักว่า

     หน้าตาสดใสขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น ทุกคน

     จะบอกว่า เราออกกำลังกาย ทำท่ากายภาพ ร่างกายเขาก็จะเลือดลมเดินดีครับ แล้วมันก็จะทำให้เราได้ ขับของเสีย ชำระล้างเซลล์ต่างๆ สุขภาพก็ดีขึ้น ชัวร์ๆ ยิ่งหากสามารถควบคุมอาหารได้ดีอีกด้วยจะได้ผลทางด้าน โครงสร้างด้วย คือน้ำหนักลดลงอีกต่างหาก

   ดังนั้น ถ้าเราตั้งใจทำไปดีๆ เราจะหายจากเจ็บหลัง หรือเหลือปวดนิดๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่จะต้องมีอาการปวดเจ็บหลังบ้าง ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต เลยกลายเป็นเรื่องปกติ และยังสุขภาพดีขึ้นทุกด้านอีกด้วย ลองทำกันนะครับ

    ท่าออกกำลังกายที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ก็เช่น

1.คุกเข่าคารวะพื้นฐาน

 -นั่งคุกเข่าห่างกันเล็กน้อยโก้งโค้งลงไปจนศรีษะแตะพื้น ก้นอาจยกได้ ไม่ซีเรียส หายใจออก พยายามให้ข้อศอกและหัวเข่าชนกัน วันแรกๆ ที่ก้มลงไปทำเท่าที่ทำได้ครับ อย่าฝืน ค่อยๆทำไป

   นับ 1-6 หายใจออกนะครับ วันหลังๆ เพิ่มเป็น 1-10 และ 1-15 

   จากนั้นเงยหน้าช้าๆ ยืดตัวไปข้างหน้าทั้งๆ ที่ยังก้มอยู่ เอาศอกตั้ง หายใจเข้าช้าๆ เอามือประสานแล้วเอานิ้วโป้งรองคางเอาไว้ หายใจช้าๆ

    จากนั้นหายใจออก ก้มตัวกลับไปท่าเดิม ที่บอกว่า ศอกชนเข่าครับผม นับก็  นับ 1-6 หายใจออกนะครับ วันหลังๆ เพิ่มเป็น 1-10 และ 1-15  ตามที่ผมบอกไว้

    ทำ 3 รอบครับ

2.คุกเข่ากราบขอพร

      ท่าต่อไป คุกเข่าเหมือนเดิม หายใจเหมือนเดิม แต่ตอนก้มให้หน้าผากสัมผัสพื้น แล้วยืดแขนออกไปช้าๆ ด้านหน้าจนสุดให้รู้สึกหลังยืดสบายๆ หายใจออกนะครับ นับก็เหมือนท่าแรก พอเสร็จก็ ยกตัวขึ้นใช้ศอกตั้งเหมือนเดิมเงยหน้าเหมือนเดิมหายใจเข้า แล้วกลับมาท่าคุกเข่า ทำซ้ำ 3 รอบช้าๆ ครับ

   มันเป็นท่าที่ผมครูพักลักจำครับ มาจากคณาจารย์บนเว็บบ้าง บล็อกบ้าง ยูทูปบ้าง ขอขอบคุณครูอาจารย์ทุกท่านครับผม

  พบว่า อาการที่หลังทียังเหลือค้าง หายบ้าง ปวดบ้าง มันเริ่มหายจริงๆ ครับ ซึ่งดีใจมาก ลองนำไปทำครับ แต่ มันยังมีท่าที่เหนือกว่านี้ ที่ช่วยแก้อาการ อยู่ๆ นั่งผิดท่า หรือ ปวดหนักๆ ขึ้นมา ไว้ต่อบทความต่อไปครับ

   เอาไปทำกันก่อนรับรองผลครับผม

สำหรับอาการโดยภาพรวม ผมเดินได้เร็วขึ้นมากแล้วครับ โดยไม่ปวดอีกคือ เดือนก่อนมีแบบเดินเร็วได้แต่ทุกครั้งสักพักจะปวดขึ้นมา ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว หลังจากทำ 2 ท่าข้างต้นครับผม กำลังขายังกลับมาได้ 85 % จากนี้ไปคงต้องให้การเล่นเหวตเข้ามาช่วยบ้างแบบ น้อยมากๆ ค่อยๆ ทำไปซึ่งนั่นเป็นความชำนาญของผม และ บล็อกแห่งนี้ครับ บทความต่อๆ ไปก็คงเนื้อหาเข้มข้นแนวเพาะกายมากขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ คุณว่าไหม...เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ

สวัสดีครับ
คุณบอลล์ ;0)

   


Saturday, August 2, 2014

ผ่าน 100 วัน กับการออกกำลังและทำกายภาพ พร้อมความศรัทธาและกำลังใจ กับอาการเจ็บหลังของผม

สวัสดีครับ

   หลังจากมีอาการเจ็บหลังมา 3 เดือนกว่า กับการตั้งใจรักษาตัวเอง และกำลังใจ ผมได้มีการพัฒนาดีขึ้นในทุกด้าน ทำไปทำมา ก่อนหลังจะหายดี มีคนเริ่มทักว่า

   1.ผมหน้าตาสดชื่นกว่าเดิมมาก
   2.ผมดูผอมลงเห็นชัด
   3.ผมมีอาการดีขึ้นมาก
   4.และผมเป็นนักสู้คนหนึ่ง กับการต้องเดินทาง ไปกลับรวมๆ แล้ววันละ ประมาณเกือบ 3 ชั่วโมง
      ที่ต้องนั่งรถไกลๆ

  กับการเป็นคนที่อยากมีชีวิตที่ดี และต้องดูแลตัวเอง ผมถือว่าผมเป็นนักสู้ที่ทำได้ดีที่สุดแล้ว

 อาการเจ็บหลังมีข้อควรระวัง ที่คนเป็นครั้งแรก แล้วหาย มักจะไม่รู้คือ

  - ห้ามกลับไปยกของหนักอีก ทำได้ตลอดชีวิตยิ่งดี
  - การ ยืน เดิน นั่ง นอน อย่าเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วทำช้าๆ เช่นนอนก็ค่อยๆ ลุก นั่งแป๊บก่อนลุก แล้วค่อยเดินแบบนี้ เป็นต้น
  - จงหมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเท่าที่ทำได้ และไม่มีอันตราย ทำไปตลอดชีวิต
  - ระวังน้ำหนักตัว ไปทางน้อยดีกว่ามากๆ
  - ไม่ละทิ้งการทำสมาธิ การสวดมนต์ ภาวนา
  - การแพทย์ทางเลือก ฝึกปราณ ชี่ โยคะ
  - ระวัง การสะดุด เสียหลัก หกล้ม ต้องระวัง บางทีการหัดท่า มวยจีน การสร้างความสมดุล
    อาจช่วยลดการกระแทกเวลาล้มได้
  - จดจำท่าทาง ที่ทำแล้วบรรเทาปวด รักษาตัวเองได้
  - มีพลังใจ มั่นใจ ศรัทธา ที่จะรักษาตัวได้เสมอ ไม่ยอมแพ้ ไม่รับสภาพ ต้องสู้ๆๆๆๆๆ

 หลังจากออกกำลังกาย กับทำกายภาพมาอย่างต่อเนื่อง อาจมีพักบ้าง แต่ไม่เกิน 2 วันในสัปดาห์ ผมก็พบว่า อาการปวดทุเลาไปเรื่อยๆ ปวดมากผมก็ลางานครับ เพราะไม่อยากเป็นฮีโร่จอมปลอม อย่าให้งานเราเสียเป็นพอ ทำให้ดีที่สุด จนเราหายดีขึ้น แต่อย่าได้ประมาท ตอนผมเป็นใหม่ๆ ราวๆ 3 สัปดาห์หลังมีอาการ ผมกินยาแก้ปวดจากหมอ ยามันหลอกครับว่า เหมือนจะหายแล้ว

   ทำให้เราหลงคิดไปเองว่า หายล่ะ ลุกเดิน เพราะมันอยากหายจริงๆ เดินวันนี้ 100 ก้าว อีกวัน 200 อีกวัน 300  แล้วก็เรียบร้อย เกิดอาการ ขาตึง และ แย่ลง ในวันหลังๆ ตกใจ มากๆ พอยาหมดฤทธิ์ มันเริ่มเจ็บกันเห็นๆ และเราก็เริ่มเข้าใจ เจ็บต้องพักฟื้น ผมต้องโทรไปขอ ฝ่ายบุคคลเพื่อเลื่อนกำหนดการย้ายที่ทำงานไปอีก 1 สัปดาห์ จนอาการเริ่มดีขึ้น

   มาถึงวันที่ต้องไปรายงานตัว ชีวิตผมในวันนั้น กลับสงบ และ ปลง ไม่ไปวันนี้คงไม่ดี เราต้องไป ใจมันถามว่า กรูจะขึ้นรถไหวไหม ใจหนึ่งบอกว่า เอ้าหากก้าวขึ้นไม่ไหว ค่อยถอยแล้วเดินกลับที่พัก เออ มันคิดได้เอง ก็เลยคว้าไม้เท้า ค่อยๆ เดินไป ผมตอนนี้เกิดสิ่งหนึ่งในใจคือ เห็นใจ คนพิการ และทุพพลภาพอย่างสุดใจ เพราะเราในวันนั้น ก็คล้ายๆ แล้วครับ จากคนที่เดินคล่อง ต้องค่อยๆ ไปกับไม้เท้า....ทีละก้าวๆๆ

   ต้องไปรอที่ตึกของสถาบันเพื่อดูอาการว่าต้องเข้าห้องน้ำหรือไม่ เพราะอาการปวดหลังส่วนล่างกับอาการปวดห้องน้ำมันใกล้ๆ กัน หลายคนที่เป็นใหม่ๆ แยกไม่ออกครับ นั่งจนมั่นใจ เข้าห้องน้ำเสร็จก็ต้องเดินข้ามถนนกว้างๆ ดีที่มีคนคอยโบกให้

   ไปถึงสถาบัน ผมก็ต้องเดินเข้าไปอีกไกลพอดู พบน้ำใจของเพื่อนๆ มากมาย ทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมา
และค่อยๆ ไปทำงานจนผ่านมาแล้ว 3 เดือนกว่า และผ่านการต่อสู้ ค้นข้อมูล สร้างกำลังใจ และ อื่นๆ อีกมาก ขอขอบคุณ พ่อแม่ น้องชาย แฟนผม และ ทุกคน และ สิ่งศักดิ์สิทธิ ที่คอยดูแลผม จนมาถึงวันนี้ได้
ผมต่อสู้แบบ เพื่อตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก และจะทำประโยชน์ในสังคมและโลกในอนาคต คิดแบบนี้ทำให้มีกำลังใจครับ และตอบตัวเองได้ว่า เราจะต่อสู้เพื่ออะไร

    จากคนที่ต้องใช้ไม้เท้า ผมเริ่มปล่อยไม้เท้าเดิน ได้เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เดินที่สวนของสถาบันได้ 2 รอบขณะที่เสาร์ที่ผ่านมา ผมเดินได้แล้ว 3 รอบ เป้าหมาย คือ 4 รอบ ใน 30 นาทีครับ

      ถือว่าเป็นการเดินเพื่อฟื้นฟูกำลังกายกำลังใจของตัวเอง ขณะที่ในการทำงาน การใช้ชีวิตอาจต้องใช้ไม้เท้าไปก่อน เพราะมีสิ่งที่ต้องระวังคือ ถนนลื่น และ บันได ครับ เราต้องไม่ประมาท จนแข็งแรงจริงๆ จึงจะค่อยปล่อยไม้เท้าครับ อย่างไรก็ตามที่สวน ผมจะปล่อยไม้เท้าเดินครับ จาก 4 รอบ จะเป็น 10 รอบให้จงได้

    เราต้องสู้ต่อไปครับ

ขอเป็นกำลังใจให้คนที่เจ็บหลังทุกคน   ครับผม

สวัสดีครับ
คุณบอลล์
:0)



Saturday, July 26, 2014

19 วันหลังจากโพสต์ครั้งล่าสุด ปวดหลังของผมเป็นอย่างไร?

สวัสดีครับ

   นิสัยของผม หากเห็นใครทุกข์ ลำบาก ถ้าผมช่วยได้ผมจะช่วย แต่หากไม่ได้ ผมต้องทำอุเบกขา เมื่อผมมาเป็นปวดหลัง ผมต้องต้อสู้กับมันมาพอสมควรและคิดในแง่ดีไว้ และ ออกกำลังกาย ทำกายภาพ และใช้เรื่องการภาวนาช่วย เอาหมดครับ

   ตอนนี้เป็นมา 93 วันหรือ 3 เดือนกว่า แต่ใจชื้นขึ้นมากว่า อาการดีขึ้น หลังจากพากเพียร ปฏิบัติตามที่กล่าวไว้ข้างต้น และ ใช้ วิมังสา ใคร่ครวญ ทบทวน ค้นคว้า ก็ได้อะไรมาใหม่ๆ ครับ

   การปวดหลังสำหรับคนที่โชคดีหน่อย ได้พักยาวๆ หายได้นะครับ แต่สำหรับผมและหลายคนต้องทำงาน ยิ่งต้องลุกๆ นั่งๆ นี่ ปวดมีสิทธิ กลับมาได้เสมอ เพราะยังบำบัด ไม่หายดีพอ ทำอย่างไร

   บางคนอาจจะเจ็บมากขณะทำงาน แต่วันต่อๆ มามันดีขึ้นแบบนี้ก็มี แล้วถ้ามันไม่ดีขึ้นแต่กลางคืนมันเจ็บทำอย่างไร จำไว้ครับ

        1.ประคบร้อน ช่วยได้ครับ
        2. กินยา มี 2 แบบ
              แบบแรก ยาแผนตะวันตก ที่หมอจ่ายยาให้  ได้ผลครับแต่ มีปัญหาเรื่อง กัดกระเพาะ แน่ๆ หากใช้                              นานๆ บ่อยๆ
               
             แบบที่สอง สมุนไพรไทย (เพื่อความแน่ใจของคุณ ลองปรึกษาผู้ชำนาญการก่อนใช้)
                               ผมไปค้นคว้า จนได้ยาดี คือ เถาวัลย์เปรียง แบบแค็ปซูล และผมทานบ้างเป็นระยะสำหรับช่วงที่มีงานสำคัญติดๆ กันปลีกตัวไม่ได้ มันช่วยให้เราหายปวดได้จริงๆ แต่ข้อดีคือ
                              - ไม่กัดกระเพาะ
                              - รักษาอาการ ลงไประดับประสาท กล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก ด้วย
                              - แต่ระวัง บางคนอาจท้องผูกได้ ให้ลองหยุดสักหลายวันค่อยกลับมากินใหม่
   ผมเคยค้นเจอข้อมูลว่า มันมีผลดีมากกับอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่างอีกด้วย

  สรุปคือ ให้ออกกำลังกายเบาๆ กายภาพเท่าที่ทำได้ จนอาการปวดส่วนใหญ่ดีขึ้นแล้ว ทาน เถาวัลย์เปรียงประกอบ คุณอาจกลับมาเป็นปกติได้ถึง 95% หรือหายได้เลยนะครับ ลองดูครับ ให้ออกกำลังกายกับทำกายภาพ ทุกวันครับ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วันครับ เชื่อผมเห็นผลแน่ๆ

  ช่วยกันแชร์ เป็นวิทยาทานกันครับ

สวัสดีครับ
คุณบอลล์ :0)

ปล. สิ่งที่เป็นข้อห้ามของคนปวดหลังคือ อย่าได้หมดอาลัยตายอยาก ยอมรับสภาพ ว่าปวดแบบนี้ไม่มีทางหายหรอก ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด แต่ให้ทุ่มเท ค่อยๆ ทำไปแบบช้าๆ สร้างกำลังกาย กำลังใจ และทานยา มีความศรัทธา มีความมุ่งมั่น มีวินัย คุณจะหายดีขึ้นแน่ๆ และหลายคนหายขาดครับ ทำไปจากช้าๆ น้อยๆ แต่ทำทุกวัน ทำไปตลอดชีวิตยิ่งดี หลังจากผมทำได้ 3 เดือนเจอเพื่อนเก่า เขาทักว่า พี่เจ็บหลังทำไม หน้าตาสดใสขึ้น อ้าวเป็นงั้นไป ก็ออกกำลัง ทำโยคะ กายภาพบ้างทุกวัน สุขภาพโดยรวมเลยดีตามไปด้วยครับ สู้ๆ ครับผม :0)
   

Monday, July 7, 2014

กระทาชายผู้ปวดหลังส่วนล่าง 17 ปี ทำท่าบำบัดต่างๆ ทั้งโยคะ กายภาพตามที่เขาแสดง ปรากฎว่าหายขาด !!!

สวัสดีครับ

     ในส่วนท่านอน เหมือนที่คนไทยโพสต์กันหลายท่า ที่เข่าหันไปซ้ายและขวา ทั้งแบบข้างเดียวและคู่ เขาบอกว่า วันหนึ่งเขาทำ มันดัง Pok Pok ทีหลัง แล้วเขาหายเจ็บเลยจากที่เจ็บมา 17 ปี

        แสดงว่ากลุ่มท่านอนหมุนเข่าไปซ้ายหรือขวา มีผลจริงๆ

     แต่ให้ค่อยๆ ทำนะครับ ช้า เจ็บมากให้เลิกก่อน ค่อยๆ ทำไป อย่าลืม


สวัสดีครับ
คุณบอลล์
ปล. ช่วยกันส่งต่อ แชร์ ไปเรื่อยๆ เป็นวิทยาทานด้วยนะครับ

การป้องกันการปวดหลังส่วนล่าง ด้วยการเดินให้ถูกวิธี หญ้าปากคอกแท้ๆ ไม่นึกว่าเกี่ยวข้องกันนะครับ แต่เต็มๆ

สวัสดีครับ

  วันนี้เอาเคล็ดวิชา ที่ฝรั่ง เขาสอนกัน ในการรักษา บรรเทา อาการเจ็บหลังส่วนล่าง เชื่อไหม อาจเป็นเพราะว่า คุณเดินผิดท่ามาตั้งแต่เด็กๆ !!!!

   เอ้าไปดูกันครับ

          http://www.youtube.com/watch?v=B9jt4d_828g&index=2&list=PLLHxb9aUfctVSYUzTWglA7sqCTxYOM14y

  อย่าพลาดครับ

คุณบอลล์

Thursday, June 26, 2014

มีโอกาสได้ใช้น้ำมันมะพร้าว ตามคำแนะนำ ของน้องชายและท่านอาจารย์ ณรงค์

สวัสดีครับ

   อาการเจ็บหลังของผมก็ดีขึ้นมามาก แต่ย้ำนะครับไม่ได้มาจากการเพาะกาย แต่มาจากความประมาทของผม และวัยด้วย คือไม่ประมาณตนครับ อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเจ็บหลัง ปวดขา หรือมีอาการใกล้เคียง ความรู้ที่ผมได้จากการรักษาตัวเอง จากศาสตร์ต่างๆ ที่เพียรเขียนลงนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ครับ และ การเล่นเพาะกาย เล่นให้ถูกวิธีและ ช้าๆ ครับ จะไม่เจ็บเลย

    เอาเป็นว่า สายกลาง ไว้ดีที่สุดครับ

  วันนี้ขอเล่าเรื่องน้ำมันมะพร้าว ที่ผมได้รับคำแนะนำมาตั้งแต่ ก่อนมีอาการเจ็บหลัง ครับคือ น้องชายของผมเอง เขาแนะนำผมเรื่องนี้ว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยให้ ลดน้ำหนักได้ แก้ท้องผูกซึ่ง น้องยังให้น้ำมันมะพร้าวขวดใหญ่มาด้วยเมื่อผมเดินทางกลับมา กรุงเทพฯ

  วันแรกเห็นผลหลังดื่ม น้ำมันมะพร้าวไป 2 ช้อนชา อาการท้องผูก เปลี่ยนเป็น ถ่ายท้อง มากถึง  `5`  ครั้ง และโล่งเลยครับ จากนั้นก็ดื่มมาเรื่อยๆ เดือนนั้นสุขภาพดีขึ้นมาก

  ต่อมาทิ้งระยะ เพราะไม่มีเวลา จนมาเป็นเจ็บหลัง โดยไม่คาดคิด น้องชายผมก็แนะนำเรื่อง ลดน้ำหนักย้ำว่า น้ำมันมะพร้าว ช่วยได้ ผมก็รับปาก เพราะเห็นเลยน้ำหนักตัวมาก ย่อมมีผลต่ออาการ สอดคล้องกับ คุณหมอ ที่วินิจฉัยว่า คุณน่ะยังไม่หายเพราะน้ำหนักมาก

   คนน้ำหนักเบาๆ ยังหายกันช้า เลยสำหรับการปวดหลัง ประสาอะไรกับน้ำหนักมากๆ ที่พุง ซึ่งหลังต้องพยุงไว้ ดังนั้นต้องใช้ไม้เท้าช่วยครับ อย่าไปฝืน แต่ให้หัดเดิน เท้าเปล่า ไม่ใช้ไม้เท้าไว้บ้าง เพื่อจำท่าเดินได้ แต่ เจ็บให้หยุด ครับ

   แฟนของผมก็แนะผมเรื่องน้ำหนักตัวเช่นกัน ซึ่งทำให้ผม มีแนวคิดว่า ต้องลดน้ำหนักให้ได้ ทำให้ ผมเริ่มปรับอาหาร และ นับแครอลี่ ค้นหาข้อมูล ควบคุมอาหาร จนลด แครอลี่ ในชีวิตประจำวันไปได้มากเลย (ปกติจะทานเก่งมากครับ) นี่ก็ผ่านไป ราว 40 วัน ที่คุมอาหารและออกกำลังกาย พร้อมยืดเส้นทำกายภาพบำบัด ไปด้วย ผมน้ำหนักลดลง ราวๆ 2.5 กิโลกรัม ผู้ใหญ่ว่า อย่าให้มากกว่านี้ ค่อยๆทำไป

   สำหรับการลดน้ำหนักจึงคิดว่าเริ่มโอเค

    แต่อาการปวดหลัง ยังมีกลับๆ มาบ้าง เพราะน้ำหนักตัว และชีวิตประจำวัน เพียงแต่ลดลงมากๆๆ แล้ว วันหนึ่งผมต้องนัดพบเพื่อน เรื่องสำคัญ ทำให้ต้องเข้าไปที่สถาบันการศึกษา ซึ่งที่นี่ ผมได้แวะไปเยี่ยม ท่านอาจารย์ ณรงค์ ท่านก็สอบถามทำไมใช้ไม้เท้า ก็แจ้งท่านไปว่าเพราะประมาท อย่างไร ท่านก็ เล่าเรื่องท่านว่า ครั้งหนึ่งท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศ เอื้อมไปหยับกระเป๋า ทีเดียว ปึ๊ด หลังด้านซ้าย ปวดทั้งแถบ นั่งเครื่องบินกลับมาปวดมาก นอนไม่ได้

     ขออภัยหากถ่ายทอดได้ไม่ครบ นะครับอาจารย์ และไม่ได้แจ้งท่านในการนำมาเขียนในบทความนี้

   ท่านเล่าว่า พอกลับมาบ้านก่อนนอน ท่านเอาน้ำมันมะพร้าว ทาที่หลัง เพียงข้ามคืน อาการการในตอนเช้าก็หายคลายปวดไปได้

     ผมได้ประกายความคิดจากท่านจริงๆ และมีความหวังขึ้นมาก เพราะ หากรักษาตามปกติ ก็ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด หากเป็นของแผนปัจจุบัน คือ มีความเสี่ยงเรื่อง กัดกระเพาะ หากกินไปต่อเนื่องนานๆ ลองถามหมอกันครับ

     ก่อนจะเจอท่านในวันนี้ ผมได้กินสมุนไพร มาก่อน เพราะฉุกคิดว่าเคยกิน เมื่อครั้งที่ลื่นล้มหลายปีก่อนก้นระบมเป็นเดือน แล้วหาย แต่ไม่คิดว่าเป็น สมุนไพรตัวนี้ เป็นหลัก พอไปอ่าน ก็พบว่า มันมีงานวิจัยว่า เขานี่ล่ะ ที่ส่งผลตรงๆ กับอาการเจ็บหลังส่วนล่างด้วยซ้ำ และ ขนาดหากใครเป็นถึงหมอนรองทับเส็น ยังใช้แทนกันได้ กับยาแผนปัจจุบันด้วย เอาเข้าไป เพิ่งรู้ คือซื้อมากินก่อน เพราะนึกได้ แต่ข้อมูลค้นเน็ตเจอหลังจากนั้น

  เขาคือ เถาวัลย์เปรียงครับ ผมทานแบบแค็ปซูล

    แต่อาจส่งผลเรื่องท้องผูกนะครับ ผมมีอาการแต่วันหลังก็คลายๆ ไป ลองต่อยอดกัน

    อ่านไปเรื่อยๆ ก็เจอว่า เถาวัลย์เปรียง ผสมน้ำมันมะพร้าว ทาบริเวณที่เป็นอัมพฤกษ์ ยังทำให้หายได้ หรือ ทุเลาได้ อีกด้วย

    หลังจากกินเถาวัลย์เปรียงได้ไม่กี่วันก็พบว่า มีอาการร้าวๆ ในบริเวณต่างๆ ขึ้นมา แต่กำลังขา การเดินก็คล่องกว่าเดิมครับ สรรพคุณเขาลงไปที่ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ฯลฯ

   ผมเองก็ได้นึกว่า ท่านอาจารย์ ณรงค์ แนะนำน้ำมันมะพร้าวมาแล้ว ก็นำมาใช้สิ

    จากนั้นผมมีโอกาสได้น้ำมันมะพร้าวมาราวๆ 1 ลิตรแบบสกัด ผมก็ลองเลยครับ ช่วงนี้หยุดเถาวัลย์เปรียงไว้ก่อน กินก่อนมื้ออาหาร 2 ช้อนโต๊ะ และ ทาด้วย โดยรินเพียง ค่อนช้อนโต๊ะ แล้วจิ้มมาทาที่บริเวณหลังส่วนล่างและสะโพกเอวทั้งหมด

    รุ่งเช้า บริเวณที่ทา มันร้าวปวดไปหมด แปลกไม่เป็นมานานแล้ว แต่พอลุกเดิน พบว่า กำลังขาดีมากขึ้นและอาการขัดๆ หายไปมาก ทำให้ผมเริ่มศรัทธาว่า ว่าถูกทางแล้วครับ

     เท่าที่จำได้ น้ำมันมะพร้าวนี่ หมอกระดูกไทย เขาก็ใช้กันในอดีตแม้ในปัจจุบันครับ

    ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ณรงค์ ไว้เป็นอย่างสูงครับ จริงๆ ใครอยู่ในวงการ น้ำมันมะพร้าวย่อมรู้จักท่านดี เพราะท่านคือผู้บุกเบิกเรื่องนี้ในไทยก็ว่าได้

     อย่าเพิ่งอ่านแล้วเชื่อลองต่อยอดกันครับ แต่ผมตั้งใจว่า หากทำให้ใครสักคนหายได้เร็ว ไม่ต้องทรมานลองผิดลองถูก ก็เป็นกุศลแล้ว ผลจากกุศลนี้ขอมอบให้ คุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย แฟนของผม ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร และเทพผู้ดูแลต่างๆ ครับ

     อ่านแล้วดีก็ร่วม ส่งต่อกันครับ

สวัสดีครับ

คุณบอลล์ :0)